ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
แชทกับทนายส่วนตัว
การันตีได้รับคำตอบทันทีจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

10,000+

ทนายความตัวจริง

500+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Legardy App
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า วันที่ 18 พฤษภาคม 2507 เวลากลางคืน จำเลยได้ขับรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลไปตามถนนสายย่านยาว -ตลาดตะกั่วป่า ด้วยความประมาท กล่าวคือจำเลยไม่มีใบอนุญาตให้ขับรถยนต์ได้ จำเลยได้ขับรถไปถึงเขตบ้านน้ำใสซึ่งเป็นทางลาดขึ้นเนินสูง จำเลยได้กลับรถบนเนินสูงซึ่งเป็นทางร่วมทางแยกตัดหน้ารถจักรยานยนต์ในระยะกระชั้นชิด ทั้งไม่ได้ให้แตรสัญญาณแต่อย่างใด เป็นเหตุให้รถยนต์จำเลยชนรถจักรยานยนต์ซึ่งมีนายสมบูรณ์ ซื้อหา เป็นผู้ขับขี่นายสมบูรณ์หรืออ้วน ฟูสันติ นั่งซ้อนท้ายล้มลงคนทั้งสองได้รับอันตรายแก่กายถึงสาหัส ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2477 มาตรา 14, 29, 66 พระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2481 มาตรา 4 พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2473 มาตรา 33

จำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 300 และพระราชบัญญัติจราจรทางบกฯ อันเป็นการกระทำกรรมเดียวที่เป็นผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 300 ซึ่งเป็นบทหนักให้จำคุกจำเลย 3 เดือน ลดโทษตามมาตรา 78 คงจำคุก 45 วัน ส่วนความผิดตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2473 มาตรา 33 เป็นความผิดต่างกรรม โจทก์ไม่ได้แยกกระทงไว้ในฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 160 จึงไม่พิจารณาลงโทษจำเลยให้

โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.2473มาตรา 33 ด้วย

ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ความผิดตามพระราชบัญญัติรถยนต์ฯ เป็นความผิดกรรมเดียวกับความผิดฐานอื่นที่ศาลลงโทษไปแล้ว บทกฎหมายที่ศาลชั้นต้นลงโทษ ก็เป็นบทที่มีโทษหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 อยู่แล้วพิพากษายืน

โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2473มาตรา 33 ด้วย

ศาลฎีกาเห็นว่าฟ้องโจทก์ได้บรรยายฐานความผิดของจำเลยด้วยว่าจำเลยไม่มีใบอนุญาตให้ขับรถยนต์ได้ ทั้งได้ขอให้ลงโทษจำเลยตามความผิดนี้ และจำเลยก็ได้ให้การรับสารภาพผิดฐานนี้ แต่คำพิพากษาของศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าความผิดตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2473 มาตรา 33 เป็นความผิดต่างกรรม โจทก์ไม่ได้แยกกระทงไว้ในฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 160 จึงไม่พิจารณาลงโทษจำเลยให้ ซึ่งศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นนั้นศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย เพราะการที่จำเลยขับรถยนต์โดยไม่มีใบอนุญาตขับรถยนต์นั้น เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2473 มาตรา 33 กระทงหนึ่งแล้ว การฟ้องคดีความผิดหลายกระทงนั้นโจทก์จะฟ้องแต่ละกระทงความผิดรวมในคดีเดียวกันก็ได้ หรือแยกฟ้องแต่ละกระทงความผิดเป็นคดี ๆ ไปก็ได้ ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามบทกฎหมายที่มีโทษหนักและไม่ปรับบทลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2473 มาตรา 33 ด้วยนั้นยังมิชอบฎีกาโจทก์ฟังขึ้น

ศาลฎีกาจึงพร้อมกันพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2473 มาตรา 33 อีกกระทงหนึ่ง แต่ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 อันเป็นกระทงที่หนัก ส่วนโทษนั้นให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

sanook ข่าวสด มติชน spring

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th