ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์จำเลยตกลงหย่าขาดจากกันและตกลงแบ่งทรัพย์กันตามสัญญาประนีประนอมยอมความซึ่งทำที่อำเภอ เฉพาะที่ดินโฉนดที่ ๕๕๕๕ โจทก์ขอให้แบ่งคนละครึ่ง จำเลยให้การรับในข้อหย่า ต่อสู้ว่า ตามสัญญาประนีประนอมยอมความให้โจทก์จำเลยแบ่งที่ดินกันเอง ที่ดินนี้เป็นสินดิมของจำเลย ๆ ลงชื่อโจทก์ในโฉนดเมื่อได้โจทก์เป็นภริยาแล้ว แล้วต่อมากลับให้การว่า ที่ดินเป็นสินสมรสต้องแบ่งให้โจทก์ ๑ ส่วน ให้จำเลย ๒ ส่วนโจทก์ไม่สืบพยาน ข้อความในสัญญาประนีประนอมมีว่า โจทก์จำเลยตกลงหย่ากัน ทรัพย์สมบัติที่มีในระหว่างอยู่กินด้วยกัน

๑. ที่นาตำบลราชนิยม ฯลฯ มีกรรมสิทธิ์ด้วยกัน

๒. เรือน ๑ หลัง

๓. กระบือก

สิ่งของหมายเลข ๒ และ ๓ ทั้งสองฝ่ายตกลงให้คิดเป็นราคาเงิน ๑๒๐ บาท แบ่งกันคนละ ๖๐ บาท ส่วนที่นาซึ่งมีกรรมสิทธิ์ด้วยกันจะแบ่งกันเอง

ศาลชั้นต้นเห็นว่า ที่ดินเป็นสินเดิมเมื่อหย่าต้องคืนให้จำเลย แต่จำเลยยอมแบ่งให้โจทก์ ๑ ใน ๓ จึงให้แบ่งให้โจทก์ ๑ ใน ๓

ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ที่ดินจะเป็นสินเดิมหรืออะไรไม่ต้องวินิจฉัย ต้องแบ่งโดยตีความจากสัญญาประนีประนอมยอมความ ซึ่งเห็นว่าต้องหมายถึงแบ่งกึ่ง พิพากษาแก้ให้แบ่งกึ่ง

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า ตามสัญญาประนีประนอมยอมความหายถึงว่าให้แบ่งกึ่ง เพราะทรัพย์หมาย ๒ และหมาย ๓ ให้แบ่งกึ่งสำหรับทีดินก็ไม่ปรากฏว่าให้แบ่งส่วนต่างออกไป จึงต้องตีความให้แบ่งกึ่ง

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th