ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
แชทกับทนายส่วนตัว
การันตีได้รับคำตอบทันทีจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

10,000+

ทนายความตัวจริง

500+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Legardy App
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยทั้งห้าและบริวารออกไปจากที่ดินและตึกแถวพิพาทอ้างว่าโจทก์ซื้อมาจาก ส. เจ้าของเดิมซึ่งให้นายไชยสิทธิ์ ถิระชัยวนิช ผู้ร้องและจำเลยทั้งห้าอยู่อาศัย

จำเลยให้การว่า ส. ได้ทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินและตึกแถวพิพาทกับผู้ร้องและมอบการครอบครองให้ผู้ร้องแล้ว ต่อมาโจทก์สามีโจทก์และ ส. สมคบกันโอนที่ดินและตึกแถวพิพาทให้โจทก์จำเลยอยู่ในที่ดินและตึกแถวพิพาทเพื่อครอบครองแทนผู้ร้อง

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอเข้าเป็นจำเลยร่วมอ้างว่า ผู้ร้องเป็นผู้ครอบครองที่ดินและตึกแถวพิพาทโดย ส. ส่งมอบการครอบครองให้ตามสัญญาจะซื้อจะขาย โจทก์ สามีโจทก์และ ส. สมคบกันจดทะเบียนโอนที่ดินและตึกแถวพิพาทเป็นชื่อโจทก์ โดยโจทก์รู้อยู่แล้วว่าผู้ร้องเป็นผู้มีสิทธิที่จะจดทะเบียนโอนเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องได้ก่อน การที่โจทก์ฟ้องคดีนี้จึงถือว่าเป็นการโต้แย้งสิทธิของผู้ร้องในการครอบครองที่ดินและตึกแถวพิพาท

ศาลชั้นต้นเห็นว่า เหตุตามคำร้องที่อ้างนั้นหากมีจริงก็เป็นเรื่องที่จะต้องไปว่ากล่าวเป็นคดีเรื่องอื่นต่างหากไม่เกี่ยวกับคดีนี้ และมิใช่เป็นเรื่องที่จะมาร้องขอให้ได้รับความคุ้มครองในคดีนี้ได้ ให้ยกคำร้อง

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นรับผู้ร้องเข้าเป็นจำเลยร่วม

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยทั้งห้าและบริวารขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากที่ดินและตึกแถวพิพาทโดยอ้างว่าซื้อมาจากนายสันต์เจ้าของเดิมผู้ร้องซึ่งเคยอยู่อาศัยในที่ดินและตึกแถวพิพาทได้ยอมขนย้ายออกไปแล้ว จำเลยที่ 1 ที่ 2ที่ 3 และที่ 5 ให้การว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3 ไม่ได้อยู่ในที่ดินและตึกแถวพิพาท แต่จำเลยที่ 1 และที่ 5 อยู่ในที่ดินและตึกแถวพิพาทเพื่อครอบครองแทนผู้ร้อง โดยที่ดินและตึกแถวพิพาทเดิมเป็นของนายสันต์ ต่อมานายสันต์ได้ทำสัญญาจะซื้อจะขายกับผู้ร้องและมอบการครอบครองให้ผู้ร้องแล้ว ต่อมาโจทก์ สามีโจทก์และนายสันต์สมคบกันโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินและตึกแถวพิพาทให้เป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ โจทก์จึงไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินและตึกแถวพิพาทไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่ได้ ตามคำฟ้องโจทก์และคำให้การจำเลยดังกล่าวมีข้อโต้เถียงเป็นประเด็นพิพาทถึงสิทธิครอบครองที่ดินและตึกแถวพิพาทของผู้ร้องด้วย ทั้งผู้ร้องยื่นคำร้องขอเข้าเป็นจำเลยร่วมก็ได้อ้างว่าผู้ร้องเป็นผู้ครอบครองที่ดินและตึกแถวพิพาทโดยให้จำเลยครอบครองแทนทำนองเดียวกันกับที่จำเลยดังกล่าวยื่นคำให้การ นัยหนึ่งก็คือว่า โจทก์ได้ฟ้องขับไล่ผู้ร้องอันเป็นการโต้แย้งสิทธิของผู้ร้องด้วย ข้ออ้างดังที่ปรากฏในคำฟ้อง คำให้การและคำร้องของผู้ร้องดังกล่าวมานี้รวมกันพอทำให้เห็นว่ามีข้อกล่าวอ้างที่แสดงว่าผู้ร้องมีส่วนได้เสียตามกฎหมายในผลแห่งคดีตามนัยแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57(2) ผู้ร้องจึงมีสิทธิร้องขอเข้าเป็นจำเลยร่วมได้ ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้วฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน.

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

sanook ข่าวสด มติชน spring

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th