ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์แต่จำเลยไม่ชำระโจทก์จึงนำยึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยออกขายทอดตลาด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ขายแก่โจทก์ผู้ประมูลราคาสูงสุด
จำเลยอุทธรณ์ขอให้ขายทอดตลาดใหม่
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาว่า ที่ดินที่ยึดทั้งสองแปลงไม่ติดต่อกันเจ้าพนักงานบังคับคดีควรแยกขายทีละแปลง แต่กลับรวมขายไปด้วยกันทั้งสองแปลงทำให้จำเลยเสียหายเกินควร เป็นการไม่ชอบนั้น เห็นว่า แม้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 309 บัญญัติเป็นหลักข้อบังคับไว้ว่า ในการขายทอดตลาดทรัพย์สินที่มีหลายสิ่งด้วยกัน ให้แยกขายทีละสิ่งต่อเนื่องกันไปแต่ก็ให้อำนาจแก่เจ้าพนักงานบังคับคดีที่จะจัดขายอสังหาริมทรัพย์สองสิ่งหรือกว่านั้นขึ้นไป รวมขายไปด้วยกันได้ ในเมื่อเป็นที่คาดหมายได้ว่า เงินรายได้ในการขายจะเพิ่มขึ้นเพราะเหตุนั้น ปรากฏว่าการขายทอดตลาดในสองครั้งก่อนเจ้าพนักงานบังคับคดีได้บันทึกให้รวมขายไปด้วยกันทั้งสองแปลง ซึ่งจำเลยก็มิได้คัดค้านประการใด มาครั้งนี้เจ้าพนักงานบังคับคดีก็ปฏิบัติทำนองเดียวกันหากจำเลยเห็นว่าควรจะแยกขายทีละแปลง ก็ชอบที่จะร้องคัดค้านไว้ ตามนัยบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 309 วรรคท้ายจำเลยจะยกเอาความข้อนี้เป็นเหตุคัดค้านเมื่อการขายทอดตลาดสำเร็จบริบูรณ์แล้วหาได้ไม่
ที่จำเลยฎีกาว่า ผู้ร่วมประมูลสู้ราคาเป็นพรรคพวกของโจทก์ทำการสมยอมกันทำให้ขายได้ราคาต่ำกว่าครั้งก่อน ควรสั่งงดและเลื่อนการขายไปอีกนั้น เห็นว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ดำเนินการขายทอดตลาดหลักทรัพย์ของจำเลยไปโดยชอบด้วยกฎหมายและระเบียบแบบแผน โดยมีผู้มาสู้ราคาถึง 5 คน แม้หากนางเรณูจะมีความเกี่ยวพันเป็นญาติกับโจทก์ก็ไม่ทำให้การขายทอดตลาดเสียไป เพราะบุคคลอื่นได้ประมูลสู้ราคาแข่งขันกับโจทก์จนได้ราคาสูงพอสมควร ซึ่งใกล้เคียงกับราคาที่ขายให้แก่นายสีผู้ให้ราคาสูงสุด 241,200 บาท ในการขายทอดตลาดครั้งที่ 3 และครั้งนี้ถึงราคาจะต่ำกว่าการขายทอดตลาดครั้งที่ 4 เป็นเงิน 15,000บาท ราคาส่วนที่ต่ำหรือที่ขาดไปนี้ ผู้สู้ราคาคนก่อนยังต้องรับผิด ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 516 จำเลยไม่เสียหาย ไม่มีเหตุที่จะสั่งเพิกถอน
จำเลยฎีกาว่า โจทก์ไม่ชำระเงินค่าซื้อที่ดินในวันขายทอดตลาดร้อยละ25 ของราคาที่ดินที่ซื้อ ตามเงื่อนไขการประกาศขายทอดตลาด การซื้อทรัพย์ของโจทก์ตกเป็นโมฆะ ต้องทำการขายทอดตลาดใหม่นั้น ปรากฏว่า โจทก์ซื้อทรัพย์ได้จากการขายทอดตลาดโดยให้ราคาสูงสุดเป็นเงิน 241,000 บาทจำเลยเป็นหนี้โจทก์ตามคำพิพากษาคดีนี้รวมเป็นเงิน 118,700 บาท โจทก์ขอหักหนี้ที่จำเลยเป็นหนี้โจทก์ตามคำพิพากษาดังกล่าวและได้ชำระค่าธรรมเนียมการขายทอดตลาดอัตราร้อยละ 5 ของจำนวนเงินที่ขายหรือจำหน่ายได้ เป็นเงิน 12,050 บาท ส่วนที่เหลือจำนวน 110,250 บาท โจทก์ได้ชำระภายในกำหนดระยะเวลา 15 วัน นับแต่วันขายทอดตลาดซึ่งอยู่ในอำนาจของเจ้าพนักงานบังคับคดีที่จะขยายกำหนดเวลาให้ได้ ทั้งนี้เป็นไปตามเงื่อนไขการประกาศขายทอดตลาดการซื้อทรัพย์ของโจทก์เป็นไปโดยชอบไม่มีเหตุที่จะให้ขายทอดตลาดใหม่
พิพากษายืน
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

