ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


โจทก์ฟ้องว่า เดิมโจทก์อนุญาตให้จำเลยเข้าอยู่ในบ้านและที่ดินพิพาทเพื่อดูแลรักษาแทนโจทก์ชั่วคราว ต่อมาโจทก์ได้แจ้งให้จำเลยออกไปจากบ้านดังกล่าว แต่จำเลยไม่ยอมออกไปจากเคหสถานของโจทก์ ซึ่งโจทก์เป็นผู้มีสิทธิที่จะห้ามมิให้เข้าไปได้ ไล่ให้ออกแล้ว โดยไม่มีเหตุสมควร ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 364
ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ความผิดฐานบุกรุกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 364 นั้นจะต้องกระทำต่อเคหสถานอาคารเก็บรักษาทรัพย์หรือสำนักงานในความครอบครองของผู้อื่น คดีนี้จำเลยอยู่ในบ้านและที่ดินพิพาทมาตั้งแต่ครั้งยังเป็นกรรมสิทธิ์ของมารดาโจทก์โดยไม่รับมอบหมายจากมารดาโจทก์ให้ดูแลแทน แม้ต่อมาโจทก์จะได้รับโอนกรรมสิทธิ์จากมารดา โจทก์ก็มิได้เข้าครอบครองคงมอบให้จำเลยดูแลต่อมา ดังนั้น การที่จำเลยไม่ยอมออกไปจากบ้านและที่ดินพิพาทที่จำเลยครอบครองอยู่ ย่อมไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 364
พิพากษายืน
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

