ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 21, 42, 65, 66 ทวิ, 61 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 และปรับจำเลยเป็นรายวันตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนหรือจนกว่าจะได้ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น

จำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 21, 42, 65 วรรคหนึ่ง, 66 ทวิ (ที่ถูก 66 ทวิ วรรคหนึ่ง วรรคสอง), 71 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานก่อสร้างอาคารโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 6 เดือน และปรับ 20,000 บาท ฐานไม่รื้อถอนอาคารตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น จำคุก 6 เดือน และปรับ 20,000 บาท รวมจำคุก 12 เดือน และปรับ 40,000 บาท และปรับอีกวันละ 1,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 6 เดือน และปรับ 20,000 บาท และปรับอีกวันละ 500 บาท ตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน 2553 เป็นต้นไปจนกว่าจะได้ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี (ที่ถูก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56) หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานก่อสร้างอาคารโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 2 เดือน และปรับ 10,000 บาท ฐานไม่รื้อถอนอาคารตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น จำคุก 4 เดือน และปรับ 10,000 บาท และปรับอีกวันละ 600 บาท ตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน 2553 เป็นต้นไปจนกว่าจะได้ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น รวมจำคุก 6 เดือน และปรับ 20,000 บาท และปรับอีกวันละ 600 บาท ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว คงจำคุก 3 เดือน และปรับ 10,000 บาท และปรับอีกวันละ 300 บาท ตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน 2553 เป็นต้นไปจนกว่าจะได้ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาขอให้ลดโทษปรับและงดโทษปรับรายวัน เห็นว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 9 กำหนดโทษปรับจำเลยทั้งสองฐานความผิดมานั้นเหมาะสมแล้ว แต่ในส่วนของโทษปรับรายวัน เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 66 ทวิ วรรคสอง กำหนดว่า นอกจากผู้ฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นตาม มาตรา 42 ต้องระวางโทษตามวรรคหนึ่งของบทบัญญัติดังกล่าวแล้ว ยังต้องระวางโทษปรับอีกวันละไม่เกินสามหมื่นบาท จนกว่าจะได้ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น อันเป็นบทบังคับให้ศาลต้องลงโทษปรับจำเลยเป็นรายวันอีกด้วย ศาลจึงไม่อาจงดโทษปรับรายวันสำหรับผู้ฝ่าฝืนบทบัญญัติดังกล่าวได้ อย่างไรก็ตาม เห็นว่า จำเลยก่อสร้างอาคารแบบคอนกรีตเสริมเหล็ก ชั้นเดียวขนาด 2 คูณ 5 เมตร ซึ่งเป็นอาคารขนาดเล็กและผนังอาคารห่างจากที่ดินข้างเคียงน้อยไปกว่าที่กฎหมายกำหนดเพียง 10 เซนติเมตร ไม่สร้างความเสียหายให้แก่เจ้าของที่ดินข้างเคียงมากนัก ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 ลงโทษปรับรายวันอีกวันละ 600 บาท ยังหนักเกินไป เห็นสมควรกำหนดโทษปรับเสียใหม่ให้เหมาะสมตามพฤติการณ์แห่งคดี ฎีกาของจำเลยฟังขึ้นบางส่วน

พิพากษาแก้เป็นว่าให้ปรับจำเลยวันละ 200 บาท ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว คงปรับวันละ 100 บาท นับแต่วันที่ 7 เมษายน 2553 เป็นต้นไปจนกว่าจะได้ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.568/2555

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th