ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทย์จำเลยเปนชนชาติอิศลามพิภาษกันด้วยเรื่องมรฎกรวมทั้งที่ดินในจังหวัดปัตตานีแลทรัพย์เคลื่อนที่ได้ โจทย์ฟ้องขอส่วนแบ่ง ๑ ใน ๓ ของทรัพย์มรฎกทั้งหมด แลมี บ. ยื่นคำร้องเข้ามาในสำนวนขอส่วนแบ่งด้วย

ศาลมณฑลปัตตานีตัดสินให้แบ่งมรฎกตามประเพณีอิศลาม คือให้แบ่งเปน ๕ ส่วนให้โจทย์จำเลยได้คนละส่วน (๑/๕) แต่ บ. ให้ได้ ๒ ส่วน

ศาลอุทธรณ์ข้าหลวงพิเศษพิพากษาให้บังคับคดีตามกฎหมายมรฎก คือให้แบ่งเปน ๔ ส่วนให้ได้คนละส่วนเท่ากัน (๑/๔)

โจทย์แล บ. ฎีกาอนาถาขอให้บังคับคดีตามศาลเดิม

ศาลฎีกาเห็นว่า โจทย์ฟ้องขอแบ่งทรัพย์ศาลพิพากษาให้มากแล้ว กลับมาฎีกาขอเอาแต่น้อยดังนี้จึงไม่เห็นว่าฎีกาอนาถาของโจทย์มีมูลอะไรเลย

ปัญหาที่ว่าจะควรบังคับคดีนี้ตามกฎหมายมรฎกหรือตามประเพณีสาสนาอิศลามนั้นเปนปัญหาสำคัญ แต่ก่อนที่จะวินิจฉัยปัญหานั้นจะต้องได้ความว่าโจทย์มีอำนาจที่จะนำปัญหานี้มาสู่ศาลฎีกาได้ เมื่อฎีกาของโจทย์ไม่มีมูลแล้ว ก็ยังไม่ถึงเวลาที่วินิจฉัยปัญหาสำคัญนั้น

ส่วนผู้ร้องเปนผู้ได้รับความได้เสียก็จริงแต่ผู้ร้องหาได้เปนโจทย์จำเลยด้วยไม่ เปนแต่แทรกเข้ามาเท่านั้น เมื่อโจทย์ไม่มีอำนาจฎีกาได้ ฎีกาของผู้ร้องก็เปนอันตกไปด้วย เพราะฐานะของผู้ร้องอาศรัยสำนวนโจทย์เปนหลักตามตัวอย่างฎีกาที่ ๓๓๕/๒๔๖๓ จึงให้ยกฎีกาอนาถาของโจทย์แลผู้ร้องเสีย แต่ไม่ตัดอำนาจที่ผู้ร้องจะฟ้องร้องคดีต่อไป

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th