ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 59, 83, 326, 328,332 จำเลยทั้งหกให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ประกาศของจำเลยมีข้อความว่า "โปรดทราบ ดอกไม้ธูป เทียน ทอง น้ำมัน ของเจ้าพ่อมีจำหน่ายที่ศาลาเพียงแห่งเดียว รายได้ทั้งหมดนำมาบำรุงเจ้าพ่อ ร้านที่ขายอยู่เก่าหมดสัญญาแล้ว แต่ยังดื้อขายอยู่เพื่อเอารายได้เป็นของตัวเอง คณะกรรมการศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรี" เห็นว่า ตามพฤติการณ์ของโจทก์นั้น เมื่อสัญญาเช่าที่โจทก์ทำกับทางราชการหมดอายุแล้วและทางราชการได้อนุมัติให้นายธงชัยเป็นผู้เช่าในนามของคณะกรรมการศาลเจ้าพ่อหลักเมืองแล้ว ปรากฏว่าโจทก์ก็ยังคงอยู่ในที่เช่า และคงขายธูปเทียนและทองอีกต่อไป และโจทก์เบิกควงามยอมรับว่า "นับแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2524ซึ่งเป็นวันครบกำหนดสัญญาฉบับสุดท้าย ข้าฯ ไม่เคยนำเงินรายได้และเงินค่าเช่าไปมอบให้กับทางอำเภอเมืองสุพรรณบุรีเลย ฯลฯ" แสดงว่าโจทก์จำหน่ายสิ่งของดังกล่าวแล้วเอารายได้เป็นของตนเอง พฤติการณ์ของโจทก์จึงเป็นความจริงตามประกาศของจำเลย จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 เป็นกรรมการในคณะกรรมการศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรี มีหน้าที่ควบคุมดูแลการดำเนินกิจการศาลเจ้าพ่อหลักเมืองและจำเลยที่ 5 ที่ 6 เป็นลูกจ้างคนงานของศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ถือได้ว่าจำเลยทั้งหกเป็นผู้มีส่วนได้เสียในการดำเนินกิจการของศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ซึ่งเป็นการกุศลสาธารณประโยชน์และประชาชนทั่วไปมีส่วนได้เสียเกี่ยวข้องด้วย จึงถือได้ว่าจำเลยทั้งหกประกาศข้อความตามฟ้องโดยสุจริตเพื่อความชอบธรรม ป้องกันตนหรือป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329(1) จึงไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาทตามฟ้องคำพิพากษาของศาลล่างทั้งสองต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา ADMIN

