ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้กู้เบิกเงินเกินบัญชี และจำเลยที่ 2 ที่ 3ในฐานะผู้ค้ำประกันร่วมกันชำระหนี้ให้แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย
จำเลยที่ 1 ที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การ
จำเลยที่ 3 ให้การปฏิเสธความรับผิด
จำเลยทั้งสามขาดนัดพิจารณา
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระหนี้แก่โจทก์ตามฟ้อง
จำเลยที่ 3 ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ อ้างว่าศาลชั้นต้นมิได้แจ้งวันนัดสืบพยานโจทก์ให้จำเลยที่ 3 ทราบ จำเลยที่ 3 มิได้ทราบนัดจึงมิได้จงใจขาดนัดพิจารณา และจำเลยที่ 3 ไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ตามที่ศาลชั้นต้นพิพากษา
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องโดยมิได้ไต่สวน
จำเลยที่ 3 อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีเฉพาะจำเลยที่ 3 ใหม่ตั้งแต่เวลาที่ขาดนัด
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงยังโต้แย้งกันอยู่ว่า จำเลยที่ 3 ได้ทราบวันนัดสืบพยานโจทก์แล้วหรือไม่ ซึ่งต้องพิจารณาได้ความจากทางไต่สวนพยานหลักฐานของคู่ความด้วย การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องของจำเลยที่ 1 โดยถือว่าจำเลยที่ 3 ทราบวันนัดสืบพยานโจทก์แล้ว และศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงจากพฤติการณ์ต่าง ๆ ในสำนวนและพิพากษาให้ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีเฉพาะจำเลยที่ 3 ใหม่ตั้งแต่เวลาที่ขาดนัด โดยมิได้ให้ศาลชั้นต้นไต่สวนพยานหลักฐานของคู่ความให้สิ้นกระแสความก่อน ไม่ต้องด้วยบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 209 ประกอบด้วยมาตรา 21
พิพากษาให้ยกคำสั่งศาลชั้นต้นและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องของจำเลยที่ 3 และมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

