ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 19,281 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 18,781 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท คำขออื่นให้ยก

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าทนายความในศาลชั้นต้น 1,200 บาท และในศาลอุทธรณ์ 600 บาท แทนโจทก์

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ เห็นว่า พระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ.2543 มาตรา 46 วรรคสอง บัญญัติให้นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรมีคณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรรเป็นผู้ดำเนินกิจการของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรตามกฎหมายและข้อบังคับของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรภายใต้การควบคุมดูแลของที่ประชุมใหญ่ของสมาชิก อันเป็นการกำหนดให้คณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรรทำหน้าที่เป็นผู้แทนนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรในกิจการของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ซึ่งความประสงค์ของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรย่อมแสดงออกโดยผู้แทนของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 70 วรรคสอง เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรศุภาลัยธานีผู้เป็นโจทก์โดยที่ประชุมคณะกรรมการของโจทก์มีมติมอบอำนาจให้นายสนั่น ฟ้องร้องดำเนินคดีแก่จำเลยทั้งสองเพื่อบังคับชำระหนี้ค่าจัดการดูแลรักษาสาธารณูปโภค และบริการสาธารณะ อันเป็นกิจการที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ตามสำเนารายงานการประชุมคณะกรรมการของโจทก์ เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2548 ถือได้ว่าการมอบอำนาจให้ฟ้องคดีแก่จำเลยทั้งสองเป็นไปโดยชอบ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง

ส่วนที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า พระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ.2543 มาตรา 50 เป็นกฎหมายพิเศษที่กำหนดมาตรการบังคับแก่สมาชิกผู้ค้างชำระเงินค่าบำรุงรักษาและการจัดการสาธารณูปโภคไว้โดยเฉพาะแล้วว่าผู้ที่ค้างชำระเงินค่าบำรุงรักษาและการจัดการสาธารณูปโภคติดต่อกันตั้งแต่สามเดือนขึ้นไป อาจถูกระงับการให้บริการหรือการใช้สิทธิในสาธารณูปโภคและในกรณีที่ค้างชำระติดต่อกันตั้งแต่หกเดือนขึ้นไป พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจระงับการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมในที่ดินจัดสรรของผู้ค้างชำระจนกว่าจะชำระให้ครบถ้วนเมื่อโจทก์ดำเนินการระงับการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมในที่ดินจัดสรรแก่จำเลยทั้งสองแล้วจึงไม่มีอำนาจฟ้องอีกนั้น เห็นว่า บัญญัติดังกล่าวเป็นเพียงการกำหนดมาตรการในทางลงโทษด้วยการจำกัดสิทธิบางประการแก่สมาชิกผู้ที่ค้างชำระค่าใช้จ่ายตามที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น หาได้บัญญัติว่าหากโจทก์ใช้มาตรการบังคับดังกล่าวแล้วจะถูกจำกัดไม่ให้ใช้สิทธิทางศาลเพื่อฟ้องร้องบังคับเอาแก่จำเลยทั้งสองอีก แต่อย่างใดไม่ ดังนั้น เมื่อจำเลยทั้งสองยังคงค้างชำระหนี้ดังกล่าวแก่โจทก์ โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.1606/2553

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th