ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องให้จำเลยทั้งสามรับผิดตามสัญญาต่อมาคู่ความได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความ ศาลชั้นต้นพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน3,130,955.73 บาท พร้อมดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ หากผิดนัดจำเลยที่ 3ยอมให้ยึดทรัพย์จำนองของจำเลยที่ 3 ออกขายทอดตลาด ต่อมาจำเลยทั้งสามผิดนัด โจทก์ขอหมายบังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์จำนองของจำเลยที่ 3 พร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาดเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2529 ปรากฏว่านายสุวิทย์ แก้วศักดาเป็นผู้ซื้อได้

จำเลยที่ 3 ยื่นคำร้องว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีทำการขายทอดตลาดที่ดินและสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายโดยตีราคาประเมินต่ำและขายทอดตลาดในราคาต่ำ ทั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีไม่เคยแจ้งคำสั่งศาลและวันขายทอดตลาดให้แก่จำเลยที่ 3 ทราบทำให้จำเลยที่ 3 เสียหายไม่สามารถเข้ามาโต้แย้งหรือใช้สิทธิของตนในการขายทอดตลาดได้ ขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดและขายทอดตลาดใหม่

นายสุวิทย์ แก้วศักดา ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า ได้เข้าประมูลสู้ราคาในการขายทอดตลาดโดยสุจริต ราคาที่ซื้อได้สูงกว่าราคาประเมิน จำเลยที่ 3 ทราบวันนัดขายทอดตลาดแล้ว แต่ไม่หาผู้ซื้อมาสู้ราคา ทั้งไม่มาฟังการขาย ไม่มีเหตุสมควรที่จะยกเลิกการขายขอให้ยกคำร้อง

โจทก์และเจ้าพนักงานบังคับคดีไม่คัดค้าน

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งให้ยกเลิกการขายทอดตลาดและให้ขายทอดตลาดใหม่

ผู้คัดค้านอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ผู้คัดค้านฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 3 มีภูมิลำเนาตามคำฟ้องว่าอยู่บ้านเลขที่ 139-141 ถนนจรัสเมือง แขวงวังใหม่ เขตปทุมวันกรุงเทพมหานคร กับตามคำร้องในกรณีนี้ว่า อยู่บ้านเลขที่ 60 หมู่ 4ตำบลบางโพ อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในการขายทอดตลาดทรัพย์สินของจำเลยที่ 3 นั้น เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ส่งประกาศขายทอดตลาดไปให้จำเลยที่ 3 ทราบโดยวิธีปิดประกาศที่บ้านเลขที่203/10-11 ถนนข้าวหลาม แขวงตลาดน้อย (สามแยก) เขตสัมพันธ์วงศ์(สำเพ็ง) กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นสถานที่ทรัพย์สินที่จะทำการขายทอดตลาดตั้งอยู่ ผู้คัดค้านไม่สามารถนำสืบพิสูจน์ได้ว่าสถานที่ดังกล่าวเป็นภูมิลำเนาหรือสำนักทำการงานของจำเลยที่ 3 ข้อเท็จจริงจึงฟังไม่ได้ว่า จำเลยที่ 3 มีภูมิลำเนาอยู่ในตึกแถวที่จะขายทอดตลาดแต่มีภูมิลำเนาอยู่ตามที่ปรากฏในคำฟ้องและคำร้องซึ่งสามารถส่งประกาศขายทอดตลาดไปในที่ดังกล่าวได้ แต่ก็หาได้กระทำไม่จึงฟังได้ว่า จำเลยที่ 3 ไม่ทราบวันขายทอดตลาด ซึ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 306 กำหนดให้เจ้าพนักงานบังคับคดีมีหน้าที่แจ้งคำสั่งของศาลที่อนุญาตให้ขายทอดตลาดทรัพย์สินที่ยึดและวันขายทอดตลาดแก่บรรดาผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีแก่ทรัพย์สินที่จะขายทอดตลาด เมื่อเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ทำการขายทอดตลาดไปโดยมิได้แจ้งให้จำเลยที่ 3 ทราบคำสั่งของศาลที่อนุญาตให้ขายทอดตลาดและวันขายทอดตลาด จึงเป็นกรณีที่เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดีฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ภาค 4 ลักษณะ 2 ว่าด้วยการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งแล้ว

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th