ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ทั้งสองฟ้องที่สั่งให้จำเลยเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 8024 ตำบลท่าหิน (โพธิ์เก้าต้น) อำเภอเมืองลพบุรีจังหวัดลพบุรี ขอให้พิพากษาว่าคำสั่งของศาลชั้นต้นในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1123/2533 ไม่มีผลผูกพันโจทก์และมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานที่ดินระงับการจดทะเบียนกรรมสิทธิ์ในที่ดินแปลงดังกล่าวให้จำเลย และให้จำเลยกับบริวารขนย้ายทรัพย์สินออกจากที่ดินดังกล่าวและห้ามเกี่ยวข้องอีกต่อไป กับให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้งสองเดือนละ 5,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยและบริวารจะขนย้ายทรัพย์สินออกไป

จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยครอบครองที่ดินแปลงดังกล่าวโดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของเกินกว่า 10 ปีแล้วจึงได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครอง และศาลมีคำสั่งว่าที่ดินตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยทั้งแปลงโดยการครอบครองปรปักษ์แล้ว นางจิรามิได้ขายที่ดินให้แก่โจทก์ทั้งสอง แต่สมคบกันทำสัญญาซื้อขายจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่โดยมิได้มีเจตนาซื้อขายกันจริงโจทก์ทั้งสองจึงไม่อยู่ในฐานะบุคคลภายนอกผู้ได้สิทธิในที่ดินมาโดยเสียค่าตอบแทนและโดยสุจริตและได้จดทะเบียนสิทธิโดยสุจริตแล้วค่าเสียหายของโจทก์ทั้งสองไม่เกินเดือนละ 100 บาท ขอให้ยกฟ้องและพิพากษาว่าที่ดินตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยโดยการครอบครองห้ามโจทก์ทั้งสองเกี่ยวข้อง

ชั้นตรวจคำให้การและฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าฟ้องแย้งเป็นฟ้องซ้ำ ให้ยกฟ้องแย้ง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้อง

โจทก์ทั้งสองและจำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า คำสั่งของศาลชั้นต้นในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1123/2533 ที่ว่า ที่ดินพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยนั้นไม่มีผลผูกพันโจทก์ทั้งสอง ให้จำเลยและบริวารขนย้ายทรัพย์สินออกจากที่ดินพิพาทและห้ามเกี่ยวข้องในที่ดินพิพาทอีกต่อไป คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้เฉพาะในปัญหาที่ว่าโจทก์ทั้งสองซื้อที่ดินพิพาทจากนางจิราโดยสุจริตหรือไม่ส่วนปัญหาว่าจำเลยครอบครองที่ดินพิพาทจนได้กรรมสิทธิ์หรือไม่นั้นไม่มีเหตุสมควรที่จะฎีกา ไม่รับรองให้ฎีกาและให้ยกคำร้องขอให้รับรองฎีกาในส่วนที่เกี่ยวกับปัญหาดังกล่าว

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรจะฎีกาในข้อเท็จจริงได้เฉพาะในปัญหาที่ว่าโจทก์ทั้งสองซื้อที่ดินพิพาทมาโดยสุจริตหรือไม่เท่านั้น สำหรับปัญหาว่าจำเลยได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยการครอบครองหรือไม่ จึงยุติไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่า จำเลยมิได้ครอบครองที่ดินพิพาทโดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ แต่เป็นการครอบครองแทนเจ้าของที่ดินพิพาทที่แท้จริงจำเลยจึงมิได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครอง ฉะนั้นฎีกาของจำเลยในปัญหาที่ว่าโจทก์ทั้งสองซื้อที่ดินพิพาทมาจากนางจิราโดยเสียค่าตอบแทนและโดยสุจริตและได้จดทะเบียนสิทธิโดยสุจริตแล้วหรือไม่ผู้ที่จะยกข้อต่อสู้ดังกล่าวขึ้นอ้างได้นั้นจะต้องเป็นผู้ที่ได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์หรือทรัพยสิทธิอันเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์โดยทางอื่นนอกจากนิติกรรม กล่าวคือจำเลยจะต้องเป็นผู้ได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองเสียก่อน เมื่อข้อเท็จจริงฟังยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แล้วว่า จำเลยมิได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครอง ปัญหาตามฎีกาของจำเลยที่โจทก์ทั้งสองจะซื้อที่ดินพิพาทมาโดยเสียค่าตอบแทนและโดยสุจริตและได้จดทะเบียนโดยสุจริตหรือไม่นั้น ไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลงไป ฎีกาของจำเลยในข้อนี้จึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 249 วรรคหนึ่ง

พิพากษายก ฎีกา ของ จำเลย

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th