ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยอยู่กินฉันสามีภริยากับโจทก์ แต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสมีบุตร 1 คน ต่อมาได้เลิกกันโดยจำเลยเป็นฝ่ายเลี้ยงดูบุตร เมื่อโจทก์ได้งานทำจึงไปขอรับบุตรมาเลี้ยง จำเลยไม่ยอม จึงขอให้ศาลพิพากษาบังคับ

จำเลยให้การว่า โจทก์ตกลงให้จำเลยเป็นฝ่ายเลี้ยงดูบุตร และบุตรสมัครใจอยู่กับจำเลย ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นสอบแล้ว จำเลยแถลงว่า จำเลยไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับโจทก์ มิได้จดทะเบียนรับรองเด็กเป็นบุตรหรือรับเป็นบุตรบุญธรรม ศาลชั้นต้นงดสืบพยานโจทก์ จำเลยแล้วพิพากษาให้จำเลยส่งมอบบุตรแก่โจทก์

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1546บัญญัติว่า "เด็กเกิดจากหญิงที่มิได้มีการสมรสกับชายให้ถือว่าเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของหญิงนั้น" มาตรา 1566 วรรคท้ายบัญญัติว่า "อำนาจปกครองอยู่กับมารดาในกรณีที่บุตรเกิดจากหญิงที่มิได้มีการสมรสกับชาย และยังมิได้เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายตามมาตรา 1547 และมาตรา 1567 บัญญัติว่า "ผู้ใช้อำนาจปกครองมีสิทธิ (1) กำหนดที่อยู่ของบุตรและ (4) เรียกบุตรคืนจากบุคคลอื่นซึ่งกักบุตรไว้โดยมิชอบด้วยกฎหมาย" ส่วนกรณีของโจทก์ แม้โจทก์จะได้ตกลงกับจำเลยให้จำเลยเป็นฝ่ายเลี้ยงดูเด็กชายอารักษ์ แต่อำนาจปกครองไม่ได้อยู่กับจำเลย ต่อมาโจทก์ประสงค์จะเลี้ยงดูเองย่อมมีอำนาจกระทำได้เพราะโจทก์เป็นผู้กำหนดที่อยู่ ไม่ใช่เรื่องผิดข้อตกลงหรือใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th