ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสี่ร่วมกันมีมอร์ฟีนจำนวน 4 แท่งอันเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 2 ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยมิได้รับอนุญาต และจำเลยที่ 3 ได้จำหน่ายมอร์ฟีนดังกล่าวให้แก่ผู้อื่นโดยมิได้รับอนุญาต เจ้าพนักงานจับจำเลยที่ 1 ที่ 2 ได้พร้อมกับยึดมอร์ฟีน 4 แท่ง กาวกระป๋องและรถยนต์หมายเลขทะเบียน 5 ข - 2510 กรุงเทพมหานคร เป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7(2),8, 17, 69, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91 ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 11 ลงวันที่ 21 พฤศจิกายน 2514 ข้อ 2 และริบของกลาง

จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ให้การปฏิเสธ ศาลสั่งให้แยกฟ้องเป็นคดีใหม่

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 7(2), 17,69 ให้จำคุกตลอดชีวิต ลดรับสารภาพแล้วคงจำคุก 33 ปี 4 เดือนของกลางริบ

จำเลยที่ 1 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยที่ 1 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 ฎีกาว่าความผิดคดีนี้เกิดขึ้นในเขตศาลจังหวัดลำพูนและศาลจังหวัดเชียงใหม่ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องที่ศาลอาญา เห็นว่า ปัญหานี้จำเลยที่ 1 ได้ยื่นเป็นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมอุทธรณ์ แต่ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยให้เพราะยื่นขอเพิ่มเติมอุทธรณ์เมื่อล่วงเลยกำหนดอายุอุทธรณ์แล้วจึงถือว่าปัญหานี้มิได้ยกขึ้นว่ากันในศาลอุทธรณ์ แต่เนื่องจากเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย จำเลยที่ 1 จึงยกขึ้นฎีกาได้ พิเคราะห์แล้ว เจ้าพนักงานจับจำเลยที่ 1 ที่ 2 ได้ในวันเดียวกันพร้อมด้วยยึดได้มอร์ฟีน 4 แท่งเป็นของกลางโดยจับจำเลยที่ 1 ที่จังหวัดลำพูน จับจำเลยที่ 2 ที่กรุงเทพมหานครต่อมาจับจำเลยที่ 3 ที่ 4 ที่จังหวัดเชียงใหม่ พนักงานสอบสวนกองปราบปราม กรมตำรวจ ซึ่งได้รับแต่งตั้งจากอธิบดีกรมตำรวจได้สอบสวนคดีนี้โดยตั้งข้อหาว่าจำเลยร่วมกันมีมอร์ฟีนของกลางไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย เมื่อปรากฏว่าเจ้าพนักงานจับจำเลยที่ 2 ในท้องที่กรุงเทพมหานคร และพนักงานสอบสวนในท้องที่ดังกล่าวได้ทำการสอบสวนความผิดที่ถูกกล่าวหานี้แล้ว โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 ที่ศาลอาญาให้ชำระคดีนี้ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 22(1)

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th