ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันรับหนังสือพิมพ์จากโจทก์ไปจำหน่ายแล้วผิดนัดชำระราคา ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยทั้งสองไม่เคยรับหนังสือพิมพ์จากโจทก์นายสุชาติเป็นตัวแทนขายหนังสือพิมพ์ของโจทก์แต่ผู้เดียว หนี้ตามฟ้องโจทก์ได้ตกลงประนีประนอมยอมความกับนายสุชาติให้ผ่อนชำระเป็นรายเดือนฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์โจทก์

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เห็นสมควรวินิจฉัยปัญหาที่โจทก์ฎีกามาว่าโจทก์มีสิทธิอุทธรณ์ในเรื่องสัญญากู้หมาย จ.3 ว่าเป็นนิติกรรมอำพราง ไม่ใช่เป็นการแปลงหนี้ใหม่ดังคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นหรือไม่เสียก่อน ศาลฎีกาเห็นว่าประเด็นข้อพิพาทมิใช่เกิดจากคำฟ้องฝ่ายเดียว ย่อมเกิดจากคำให้การได้ด้วย ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 183 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและจำเลยเท่านั้นมีหน้าที่รับหรือปฏิเสธข้ออ้างของคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งตามมาตรา 177 วรรคสอง ฉะนั้นในการที่จำเลยให้การต่อสู้คดี มีข้ออ้างบางประการขึ้นมานั้น โจทก์ไม่มีหน้าที่ต้องบรรยายฟ้องเพิ่มเติมแถลงรับหรือปฏิเสธข้ออ้างเช่นว่านั้นของจำเลยซ้อนขึ้นมาอีก คดีนี้จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธว่าไม่เคยร่วมรับหนังสือพิมพ์จากโจทก์ไปจำหน่ายและเป็นหนี้ตามที่โจทก์ฟ้องเลยอ้างว่านายสุชาติ ปิงเมือง ต่างหากที่เป็นตัวแทนรับหนังสือพิมพ์จากโจทก์ไปจำหน่าย และหนี้ตามฟ้องนี้ นายสุชาติยังได้ตกลงประนีประนอมยอมความกับโจทก์จะผ่อนชำระเป็นรายเดือน ดังหลักฐานที่จำเลยจะส่งศาลในชั้นพิจารณาซึ่งหมายถึงสัญญากู้หมาย จ.3 นั่นเอง โจทก์จึงมีสิทธินำสืบถึงความเป็นมาของสัญญากู้ดังกล่าวเพื่อหักล้างข้ออ้างของจำเลยได้ ไม่เป็นการนำสืบนอกฟ้องนอกประเด็น ด้วยเหตุนี้ เมื่อศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าสัญญากู้หมาย จ.3 เป็นการแปลงหนี้ใหม่ด้วยเปลี่ยนตัวลูกหนี้จากจำเลยเป็นนายสุชาติ หนี้ที่จำเลยมีต่อโจทก์จึงระงับไป โจทก์จึงมีสิทธิอุทธรณ์ปัญหาข้อนี้ว่าไม่ใช่เป็นการแปลงหนี้ใหม่ต่อศาลอุทธรณ์ได้ เพราะไม่มีบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งหรือกฎหมายอื่นบัญญัติให้คำพิพากษาของศาลชั้นต้นที่วินิจฉัยในปัญหาข้อนี้ให้เป็นที่สุด

อาศัยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 243(2), 247จึงให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาใหม่แล้วพิพากษาไปตามรูปคดี

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th