ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9, 108 ทวิ ให้จำเลย คนงาน ผู้รับจ้าง ผู้แทน และบริวารของจำเลยออกจากที่ดินของรัฐ
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง และให้ยกคำขอให้จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดิน
โจทก์อุทธรณ์ โดยอธิบดีอัยการสำนักงานคดีศาลสูงภาค 3 ซึ่งอัยการสูงสุดมอบหมายรับรองให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง
ศาลอุทธรณ์ภาค 3 แผนกคดีสิ่งแวดล้อมพิพากษายืน
จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 อนุญาตให้ฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีสิ่งแวดล้อมวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9, 108 ทวิ ให้จำเลย คนงาน ผู้รับจ้าง ผู้แทน และบริวารของจำเลยออกจากที่ดินของรัฐ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง และให้ยกคำขอให้จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดิน ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน ที่จำเลยฎีกาขอให้ศาลฎีกาพิพากษายกฟ้องโจทก์และวินิจฉัยว่าการออกหนังสือสำคัญที่หลวง เมื่อปี 2551 ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ออกทับที่ทำกินของราษฎรหรือไม่นั้น เห็นว่า คดีนี้มีประเด็นว่าจำเลยกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9, 108 ทวิ หรือไม่ ซึ่งศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง และศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน โจทก์ไม่ได้ฎีกา คดีอาญาจึงยุติไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ส่วนข้อวินิจฉัยในประเด็นว่าที่ดินที่เกิดเหตุเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกันหรือไม่ เป็นเพียงมูลเหตุแห่งคดีอาญาเท่านั้น เมื่อจำเลยไม่ต้องรับผิดทางอาญาแล้ว คู่ความจึงชอบที่จะไปว่ากล่าวกันในทางแพ่งว่าที่ดินที่เกิดเหตุเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกันหรือไม่ ฎีกาของจำเลยจึงเป็นฎีกาที่ไม่เป็นสาระอันควรได้รับการวินิจฉัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 225 วรรคหนึ่ง, 252 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
พิพากษายกฎีกาของจำเลย
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา สว.(อ)50/2564
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

