ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "คดีนี้ศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ โดยฟังข้อเท็จจริงว่าที่พิพาทเป็นที่สาธารณประโยชน์และฟังไม่ได้ว่าจำเลยทำให้เสียทรัพย์ตามฟ้อง โจทก์จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220พิเคราะห์ฎีกาของโจทก์แล้วปรากฏว่าโจทก์ฎีกาเพียงข้อเดียวว่าตามพยานหลักฐานต่าง ๆ ทั้งโจทก์และจำเลยฟังได้ว่า โจทก์เคยครอบครองทำประโยชน์ในที่พิพาทมา แม้เป็นที่ดินมือเปล่าไม่มีเอกสารสำคัญ แต่โจทก์ได้ซื้อมาจากนายเทือกตามเอกสารหมาย จ.1 โจทก์จึงมีสิทธิครอบครอง เป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริง ซึ่งต้องห้ามมิให้ฎีกาตามบทกฎหมายดังกล่าวข้างต้น ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
สำหรับคดีแพ่งปรากฏว่า โจทก์เรียกร้องให้จำเลยร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายรวมทั้งสิ้นเป็นเงิน 34,600 บาท จึงเป็นคดีมีทุนทรัพย์ไม่เกิน50,000 บาท ต้องห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ทั้งฎีกาของโจทก์ก็ไม่ปรากฏข้อกฎหมายที่ยกขึ้นอ้างอิงในฎีกาโดยแจ้งชัดแต่อย่างใด จึงเป็นฎีกาที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ศาลฎีการับวินิจฉัยให้ไม่ได้เช่นเดียวกัน"
พิพากษายกฎีกาโจทก์ ให้คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาให้โจทก์ไปทั้งหมด
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา


