ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นนิติบุคคลประเภท "มัสยิดอิสลาม" ที่ประชุมคณะกรรมการของโจทก์ลงมติเป็นเอกฉันท์ให้นายพิชิต ศรีเรืองทอง อิหม่ามเป็นผู้ดำเนินคดีแทนโจทก์ เมื่อประมาณต้นปี พ.ศ. 2524 คณะกรรมการของโจทก์ร่วมกับสัปบุรุษได้ปรึกษาตกลงกันรื้อถอนมัสยิดหลังเดิมซึ่งสร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2522 และ ชำรุดทรุดโทรมมาก และตกลงกันสร้างมัสยิดหลังใหม่ขึ้น ซึ่งต่อมาได้เกิดปัญหาเกี่ยวกับการตั้งทิศทางกิ๊บลัต (ทิศอันเป็นที่ตั้งก๊ะบ๊ะห์ ซึ่งอยู่ที่เมืองมักก๊ะห์ ในประเทศซาอุดีอาระเบีย) ผลที่สุดจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนนทบุรี ได้มีคำสั่งให้โจทก์ระงับการก่อสร้างและแจ้งว่าคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนนทบุรีได้มีมติให้ถอดถอนนายพิชิต ศรีเรืองทอง อิหม่ามออกจากตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม 2526 และทำการถอดถอนกรรมการของโจทก์อีก 8 คน แล้วแต่งตั้งกรรมการขึ้นใหม่โจทก์ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยแล้ว นอกจากนี้จำเลยทั้งหมดยังได้ร่วมกับพวกบุกรุกเข้าไปในที่ดินของโจทก์ ขัดขวางมิให้โจทก์ทำการก่อสร้าง ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยทั้งหมดร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายและให้เพิกถอนคำสั่งตั้งกรรมการมัสยิดของจำเลย

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในชั้นรับฟ้อง ให้ยกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ศาลชั้นต้นรับฟ้อง

จำเลยทั้งยี่สิบเอ็ด ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาอำนาจฟ้องว่า ปรากฏข้อเท็จจริงจากเอกสารท้ายฟ้องของโจทก์ว่า รายชื่อคณะกรรมการมัสยิดที่เข้าร่วมประชุมดังกล่าวได้รับการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 15 เมษายน 2522 ซึ่งตามระเบียบว่าด้วยการแต่งตั้งถอดถอนกรรมการอิสลามประจำมัสยิด (สุเหร่า) และวิธีดำเนินการอันเกี่ยวแก่ศาสนกิจของมัสยิด (สุเหร่า) พ.ศ. 2492 ซึ่งออกโดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 8 แห่งพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการศาสนูปถัมภ์ฝ่ายอิสลามพุทธศักราช 2488 ข้อ 12 กำหนดให้กรรมการอิสลามประจำมัสยิดอยู่ในตำแหน่งได้คราวละ 4 ปี ฉะนั้นการที่คณะกรรมการดังกล่าวมาประชุมกันเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2526 และลงมติมอบอำนาจให้นายพิชิต ศรีเรืองทองเป็นผู้แทนโจทก์เพื่อดำเนินคดีนี้อันเป็นระยะเวลาที่ล่วงพ้นวาระในการดำรงตำแหน่งของคณะกรรมการ ฯ ไปแล้วเช่นนี้ จึงเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยปราศจากอำนาจเพราะบุคคลเหล่านั้นมิได้อยู่ในฐานะเป็นกรรมการมัสยิดแล้ว จึงไม่มีผลทำให้มัสยิดโจทก์มีอำนาจฟ้องคดีได้ ซึ่งในประเด็นข้อนี้จำเลยก็ได้โต้แย้งมาแล้วตั้งแต่ชั้นอุทธรณ์ ฉะนั้นเมื่อฟังว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องคดีดังกล่าว ปัญหาที่ว่า คำสั่งของจำเลยในการถอดถอนและแต่งตั้งกรรมการอิสลามประจำมัสยิดของโจทก์จะชอบด้วยกฎหมายและระเบียบข้อบังคับหรือไม่ก็ไม่จำเป็นต้องวินิจฉัย

พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th
bind:isSubmitting />