สารบัญ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3619/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ADMIN 3619/2529

พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม. 13, 20 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน

จำเลยสั่งให้ลูกจ้างทั้งหมดหมุนเวียนกันหยุดงานเพิ่มขึ้นจากเดิมเป็นสัปดาห์ละ2-3วันในช่วงที่ธุรกิจการทอผ้าของจำเลยประสบภาวะขาดแคลนงานให้ลูกจ้างทำเพราะขาดวัสดุและงานที่ผลิตได้จำหน่ายไม่ออกทำให้ประสบปัญหาขาดทุนและโจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้างรายวันของจำเลยก็ได้ผลัดเปลี่ยนกันหยุดงานตามคำสั่งของจำเลยดังกล่าวมาแล้วเป็นระยะเวลาหลายสัปดาห์จนกระทั่งมีวันหยุดทำงานในช่วงระยะเวลาดังกล่าวประมาณคนละ10วันโดยไม่ได้โต้แย้งคัดค้านคำสั่งของจำเลยจึงถือว่าโจทก์ได้ยินยอมโดยปริยายแล้วดังนั้นโจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าจ้างในวันที่หยุดงานดังกล่าวได้.

เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ทั้งสี่สิบฟ้องว่าจำเลยได้ว่าจ้างโจทก์ทำงานเป็นลูกจ้างประจำประเภทรายวัน โดยทำงานสัปดาห์ละ 6 วัน หยุดประจำในวันอาทิตย์ ในระหว่างเดือนธันวาคม 2528 ถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2529 จำเลยมีคำสั่งให้โจทก์หยุดงานโดยอ้างว่าไม่มีงานให้ทำ และไม่จ่ายค่าจ้างสำหรับวันที่จำเลยสั่งให้หยุดงานดังกล่าว ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าจ้างให้โจทก์ พร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า จำเลยสั่งให้โจทก์ทั้งหมดหยุดงานจริง เพราะจำเลยประสบภาวะขาดแคลนงานที่จะให้ลูกจ้างทำ ไม่มีวัตถุดิบป้อนโรงงานและงานที่ผลิตได้จำหน่ายไม่ออก ทำให้ต้องขาดทุนเป็นอย่างมาก จึงจำเป็นต้องให้ลูกจ้างทุกคนในโรงงานประมาณ 400 คนหยุดงานในแต่ละสัปดาห์เพิ่มขึ้น โดยเฉลี่ยให้ทุกคนได้มีงานทำและได้รับค่าแรงเท่าเทียมกัน เพื่อจะได้ไม่ต้องเลิกจ้างลูกจ้างบางส่วนในช่วงระยะเวลาที่ประสบปัญหาและบัดนี้ได้กลับคืนสู่ภาวะปกติแล้วซึ่งโจทก์ทั้งหมดยังคงทำงานอยู่กับจำเลย ขอให้พิพากษายกฟ้อง ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า โจทก์ทั้งหมดเป็นลูกจ้างรายวันมีสิทธิได้รับค่าจ้างตามวันที่ทำงาน เมื่อจำเลยสั่งให้หยุดงาน และโจทก์ทั้งหมดต่างปฏิบัติตามโดยมิได้โต้แย้งหรือสงวนสิทธิ จึงไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าจ้างในวันที่โจทก์แต่ละคนมิได้ทำงาน พิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์ทั้งสี่สิบอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงาน วินิจฉัยว่า การที่จำเลยสั่งให้ลูกจ้างทั้งหมดรวมทั้งโจทก์ทั้งหมดหมุนเวียนกันหยุดงานเพิ่มขึ้นจากเดิมเป็นสัปดาห์ละ 2-3 วันในช่วงที่ธุรกิจการทอผ้าของจำเลยประสบภาวะขาดแคลนงานให้ลูกจ้างทำเพราะขาดวัสดุและงานที่ผลิตได้จำหน่ายไม่ออก ทำให้ประสบปัญหาขาดทุนนั้นนับว่ามีเหตุผลและความจำเป็น เพราะมิฉะนั้นจำเลยจะต้องเลิกจ้างลูกจ้างเป็นบางส่วนเพื่อให้เหลือลูกจ้างพอดีกับปริมาณงาน อันจะก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้าง การที่โจทก์ทั้งหมดต้องผลัดเปลี่ยนกันหยุดงานตามคำสั่งของจำเลยดังกล่าวเป็นระยะเวลาหลายสัปดาห์จนกระทั่งโจทก์แต่ละคนมีวันหยุดในช่วงดังกล่าวประมาณคนละ 10 วัน นั้น ได้ความว่าโจทก์ทุกคนไม่ได้โต้แย้งคัดค้านคำสั่งดังกล่าวของจำเลย จึงถือได้ว่าโจทก์ทุกคนได้ยินยอมโดยปริยายแล้วเมื่อเป็นเช่นนี้โจทก์ทั้งหมดซึ่งเป็นลูกจ้างรายวันมีสิทธิได้รับค่าจ้างเฉพาะวันที่ทำงานเมื่อยินยอมหยุดงานเพิ่มขึ้นอีก ย่อมไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าจ้างในวันที่หยุดงานดังกล่าวได้ พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา nan

แหล่งที่มา ADMIN

ชื่อคู่ความ โจทก์ - นางสาว สมบท สังฆมณี กับพวก จำเลย - บริษัท เค.เอส.ไอ.อุตสาหกรรม จำกัด

ชื่อองค์คณะ สุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์ จุนต์ จันทรวงศ์ จำนง นิยมวิภาต

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ที่ตัดสิน nan

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th
ติดต่อเราทาง LINE