ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า ผู้เสียหายจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า คำว่า"KIKADA" สำหรับสินค้าจำพวกป้ายคอเสื้อไว้ในราชอาณาจักร โดยกำหนดรูปแบบพื้นสีน้ำเงินและตัวอักษรสีทอง จำเลยได้เลียนแบบเครื่องหมายการค้าดังกล่าวของผู้เสียหายสำหรับสินค้าจำพวกป้ายคอเสื้อ โดยทำเป็นเนื้อผ้าต่วนพื้นสีขาว ตัวอักษรสีดำ เพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเป็นเครื่องหมายการค้าของผู้เสียหาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 274, 33 และริบของกลาง

จำเลยให้การปฏิเสธ

ระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง แต่ของกลางให้ริบ

โจทก์และโจทก์ร่วมอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับเป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 274 จำคุก 2 เดือน ปรับ 1,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56ริบของกลาง

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า จำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ จำเลยฎีกาว่า จำเลยมิใช่กรรมการผู้จัดการบริษัทแกมม่าสไตล์ จำกัด จำเลยเป็นเพียงลูกจ้างของบริษัทดังกล่าวไม่มีส่วนรู้เห็นในการทำแถบป้ายเครื่องหมายการค้าของกลางนั้น เห็นว่า เมื่อพยานหลักฐานโจทก์รับฟังได้ว่าจำเลยเป็นผู้ดำเนินการบริษัทแกมม่าสไตล์ จำกัด หรือร้านแกมม่าสไตล์ที่รับทำแถบป้ายเครื่องหมายการค้าของโจทก์ร่วม และถือโอกาสทำเลียนเครื่องหมายการค้าดังกล่าวแล้วจำหน่ายแก่ผู้ที่นำไปติดปลอมสินค้าของโจทก์ร่วม กล่าวคือ แถบป้ายเครื่องหมายการค้าของโจทก์ร่วมที่จดทะเบียนไว้ใช้ผ้าพื้นสีกรมท่า ตัวอักษรคำว่า KIKADA สีเหลืองแต่ที่จำเลยทำขึ้นใช้ผ้าพื้นสีขาว ตัวอักษรคำว่า KIKADA สีดำ ซึ่งต่างกันแต่เพียงสีของแถบป้ายกับสีของตัวอักษรและลีลาการเขียนตัวอักษรเท่านั้น แต่ชื่อที่เรียกขานเป็นชื่ออย่างเดียวกันเครื่องหมายการค้าของจำเลยจึงคล้ายกับเครื่องหมายการค้าของโจทก์ร่วมซึ่งเมื่อนำมาใช้กับสินค้าประเภทเดียวกันแล้ว อาจทำให้ผู้ซื้อหลงผิดได้ การกระทำของจำเลยจึงเป็นการเลียนเครื่องหมายการค้าของผู้อื่นซึ่งได้จดทะเบียนแล้ว เพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเป็นเครื่องหมายการค้าของผู้อื่นนั้น จำเลยจึงต้องมีความผิดดังโจทก์ฟ้องที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยมีหนังสือรับรองการจดทะเบียนมาแสดงว่าจำเลยมิใช่กรรมการของบริษัทแกมม่าสไตล์ จำกัด จึงน่าเชื่อยิ่งกว่าคำพยานโจทก์นั้น เห็นว่าในความรับผิดทางอาญา หากนิติบุคคลกระทำความผิด นอกจากนิติบุคคลจะต้องรับผิดแล้ว ผู้ที่มีส่วนในการกระทำความผิดย่อมต้องรับผิดด้วย โดยไม่คำนึงถึงว่าผู้นั้นจะเป็นกรรมการของนิติบุคคลหรือไม่ ดังนั้นเมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยเป็นผู้ดำเนินการเกี่ยวกับกิจการของบริษัทแกมม่าสไตล์ จำกัดที่ยึดได้เครื่องหมายการค้าที่เลียนแบบเป็นของกลาง จำเลยจึงต้องมีความผิด ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยชอบแล้ว

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th