ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 48, 73, 74 และริบของกลาง
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 48 วรรคหนึ่ง, 73(2) วรรคสองจำคุก 2 ปี คำให้การรับสารภาพชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง นับเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสามคงจำคุก 1 ปี 4 เดือนของกลางให้ริบ
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน
จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ฎีกาของจำเลยกล่าวถึงคำฟ้องโจทก์ คำให้การจำเลยคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยอุทธรณ์ และคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 1 แล้วย่อหน้าใหม่ว่า "ด้วยความเคารพต่อศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 1 อย่างสูงยิ่ง จำเลยยังไม่เห็นพ้องด้วยกับคำพิพากษาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 1 จึงขอฎีกาต่อศาลฎีกาดังต่อไปนี้" และลงท้ายว่า "จากข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่จำเลยกราบเรียนศาลฎีกามาแล้วข้างต้น ขอศาลฎีกาได้โปรดพิพากษากลับคำพิพากษาของศาลชั้นต้นและพิพากษายกฟ้องโจทก์" ส่วนเนื้อหาที่เป็นการโต้แย้งคำวินิจฉัยของศาลนั้นล้วนเป็นการโต้แย้งคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นทั้งสิ้น โดยคำฎีกาในส่วนนี้คัดลอกข้อความมาจากคำอุทธรณ์ทั้งหมด แม้คำขอท้ายฎีกาจะเป็นการขอให้ศาลฎีกาพิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น ซึ่งพอจะถือได้ว่าเป็นการขอให้ศาลฎีกาพิพากษากลับคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 1 แต่เนื้อความในฎีกาของจำเลยดังกล่าวก็เป็นการโต้แย้งคัดค้านเฉพาะคำพิพากษาของศาลชั้นต้นมิได้โต้แย้งคัดค้านว่าศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาไม่ชอบอย่างไรโดยไม่เห็นด้วยกับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 เพราะเหตุใดเนื่องจากเหตุผลในคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นต่างกับเหตุผลในคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ภาค 1 จึงเป็นฎีกาที่มิได้คัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 216 แม้ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของจำเลยไว้ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย"
พิพากษายกฎีกาจำเลย
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

