ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
แชทกับทนายส่วนตัว
การันตีได้รับคำตอบทันทีจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

10,000+

ทนายความตัวจริง

500+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Legardy App
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินน.ส.3 เลขที่ 163 เนื้อที่ 7 ไร่ 3 งาน 72 ตารางวา เมื่อปี 2517จำเลยได้แบ่งเช่าที่ดินของโจทก์ดังกล่าวทางด้านทิศใต้ เนื้อที่2 งาน 84 ตารางวา ในอัตราค่าเช่าตารางวาละ 6 บาท ต่อปี ต่อมาจำเลยได้ปลูกสร้างโรงไม้สำหรับเก็บและซ่อมรถยนต์บนที่ดินดังกล่าวและชำระค่าเช่าให้โจทก์ตลอดมาจนถึง ปี 2525 จำเลยไม่ชำระค่าเช่าให้โจทก์ โจทก์มีหนังสือบอกเลิกสัญญาเช่าและให้จำเลยขนย้ายทรัพย์สินของจำเลยออกไปจากที่เช่า แต่จำเลยเพิกเฉยและใช้ประโยชน์ในที่ดินของโจทก์ตลอดมาอันเป็นการละเมิดต่อโจทก์ ขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินของโจทก์ห้ามจำเลยยุ่งเกี่ยวกับที่ดินดังกล่าว และให้จำเลยชำระค่าเสียหายเป็นเงินปีละ 20,000 บาทนับตั้งแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยจะออกไปจากที่ของโจทก์

จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า โจทก์ไม่ใช่เป็นเจ้าของและผู้ครอบครองที่ดิน น.ส.3 เลขที่ 163 ตามฟ้อง ที่ดินพิพาทจำเลยไม่ได้เช่าและไม่เคยแบ่งเช่าจากโจทก์ แต่จำเลยซื้อมาจากนายสมพงษ์ตั้งแต่ ปี 2510 ในราคา 2,000 บาท แล้วจำเลยได้เข้าครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินนี้ตลอดมากว่า 20 ปีแล้ว โดยโจทก์หรือบุคคลอื่นไม่เคยโต้แย้งคัดค้าน โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหายจากจำเลยฟ้องของโจทก์ขาดอายุความ เพราะจำเลยได้เข้าครอบครองทำประโยชน์ในที่พิพาทมาโดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของเกินกว่า 1 ปีแล้ว ขอให้ยกฟ้องและพิพากษาว่าที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยห้ามโจทก์เข้าเกี่ยวข้องและขัดขวางการออก น.ส.3 ของจำเลย

โจทก์ขาดนัดยื่นคำให้การแก้ฟ้องแย้ง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินพิพาท ห้ามจำเลยเกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาท และให้จำเลยชำระค่าเสียหายเป็นเงินปีละ 20,000 บาท นับตั้งแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยจะออกไปจากที่ดินของโจทก์

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ขาดอายุความนั้นเห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ที่พิพาทเป็นที่ดินของวัดโจทก์อันเป็นที่ธรณีสงฆ์ จำเลยจึงไม่อาจอ้างการครอบครองและยกอายุความขึ้นต่อสู้กับโจทก์ได้ ทั้งนี้เพราะจำเลยต้องห้ามมิให้ยกอายุความขึ้นต่อสู้กับวัดในเรื่องทรัพย์สินอันเป็นที่วัดและที่ธรณีสงฆ์ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 มาตรา 34 ฎีกาจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น แต่ศาลฎีกาเห็นว่า ค่าเสียหายที่ศาลล่างทั้งสองกำหนดสูงเกินไป

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ1,700 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะออกไปจากที่พิพาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

sanook ข่าวสด มติชน spring

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th