ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน 237,950 บาทแก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับตั้งแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ

จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 3 ขอให้ยกฟ้อง

จำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันชำระเงินจำนวน150,000 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงินดังกล่าว นับตั้งแต่วันฟ้องคือวันที่ 22 กันยายน 2538 ตามที่โจทก์ขอเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ คำขออื่นนอกจากนี้และฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 3ให้ยก

โจทก์และจำเลยที่ 1 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน

จำเลยที่ 1 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ว่า จำเลยที่ 1 เป็นนายจ้างของจำเลยที่ 2 หรือไม่ คดีนี้ทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท ต้องห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248วรรคหนึ่ง คงฎีกาได้เฉพาะในปัญหาข้อกฎหมาย การวินิจฉัยปัญหาเช่นว่านี้ ศาลฎีกาจำต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ได้วินิจฉัยจากพยานหลักฐานในสำนวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 238 ประกอบด้วยมาตรา 247 ซึ่งศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ 1 มิใช่เจ้าของรถบรรทุกหมายเลขทะเบียน 70-3324 กรุงเทพมหานคร แต่มีนางสาวขนิษฐา เหล่าชัยยนต์ เป็นเจ้าของรถ ตามรายการจดทะเบียนเอกสารหมาย ล.1 นางสาวขนิษฐา ได้นำรถบรรทุกคันดังกล่าวมาร่วมกิจการขนส่งกับจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นองค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ (ร.ส.พ.) ตามสัญญาร่วมกิจการขนส่งเอกสารหมาย ล.2 โดยพ่นตัวหนังสือคำว่าร.ส.พ.ไว้ข้างรถบรรทุกคันดังกล่าว เห็นว่า ในขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 2 ขับรถบรรทุกสินค้าเพื่อบริการขนส่งสินค้าให้แก่ผู้ใช้บริการตามสัญญาร่วมกิจการขนส่งซึ่งเป็นสัญญาระหว่างนางสาวขนิษฐากับจำเลยที่ 1ในฐานะที่จำเลยที่ 1 เป็นผู้ประกอบการขนส่ง อันเป็นกิจการที่จะต้องได้รับอนุญาตตามกฎหมายจึงจะประกอบการขนส่งได้ นางสาวขนิษฐาไม่อาจเข้าไปดำเนินการหรือเกี่ยวข้องกับการขนส่งสินค้าเพื่อให้บริการแก่ลูกค้าได้ การที่นางสาวขนิษฐานำรถบรรทุกไปร่วมในกิจการขนส่งกับจำเลยที่ 1 โดยจะต้องมีคนขับรถไปกับรถบรรทุกด้วย ส่วนในการมอบหมายให้จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นคนขับรถบรรทุกขนส่งสินค้าให้บริการแก่ลูกค้าคนใดหรือจะไปในที่แห่งใดย่อมอยู่ในการควบคุมดูแลของจำเลยที่ 1 เท่านั้น ซึ่งนางสาวขนิษฐาไม่อาจเข้าไปเกี่ยวข้องได้ทั้งยังปรากฏจากพยานหลักฐานของจำเลยที่ 1 และตามสัญญาร่วมกิจการขนส่งเอกสารหมาย ล.2 อีกว่า จำเลยที่ 1 สามารถเปลี่ยนตัวจำเลยที่ 2 ไม่ให้ขับรถบรรทุกต่อไปได้ หากเห็นไม่สมควรที่จะทำหน้าที่ต่อไป จำเลยที่ 1 จึงมีอำนาจในการสั่งการบังคับบัญชาจำเลยที่ 2 และมีอำนาจที่จะหักเอาเงินผลประโยชน์ส่วนแบ่งของนางสาวขนิษฐามาจ่ายให้แก่จำเลยที่ 2 ได้อีกด้วย นอกจากนี้จำเลยที่ 1ยังมีผลประโยชน์ร่วมกับนางสาวขนิษฐาโดยได้รับส่วนแบ่งจากการให้บริการขนสินค้าให้แก่ลูกค้าเป็นราย ๆ กรณีถือได้ว่า จำเลยที่ 1เป็นนายจ้างของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 1 จึงต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 2ในการที่จำเลยที่ 2 ได้กระทำละเมิดในคดีนี้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th