ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 83, 339 และริบของกลาง
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 วรรคสอง และวรรคสาม ประกอบมาตรา 83 จำคุก 15 ปี ริบของกลาง
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 วรรคสอง และวรรคสาม ประกอบมาตรา 83 และศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืนมาไม่ถูกต้อง เพราะเมื่อการกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานชิงทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 วรรคแรก แล้ว และปรากฏว่าการชิงทรัพย์ของจำเลยดังกล่าวมีเหตุฉกรรจ์ อันทำให้จำเลยต้องได้รับโทษหนักขึ้นก็ต้องพิจารณาว่าเป็นเหตุฉกรรจ์ตามวรรคใดอันมีโทษหนักที่สุดเพียงวรรคเดียว หาจำต้องระบุให้ครบทุกวรรคไม่ เพราะแต่ละวรรคมีองค์ประกอบความผิดชิงทรัพย์เช่นเดียวกันกับวรรคแรก เพียงแต่ต่างกันในเหตุฉกรรจ์เท่านั้น เมื่อปรากฏว่าการชิงทรัพย์ของจำเลยเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายแก่กายหรือจิตใจตามมาตรา 339 วรรคสาม ซึ่งเป็นเหตุฉกรรจ์มีโทษหนักกว่าวรรคสองแล้ว ก็ไม่ต้องระบุว่าจำเลยกระทำความผิดตามวรรคสองซึ่งมีอัตราโทษเบากว่าด้วย เห็นควรแก้ไขให้ถูกต้อง
พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 วรรคสาม ประกอบมาตรา 83 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ภาค 3
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.2260/2553
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

