สารบัญ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3666/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ADMIN 3666/2529

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม. 204, 206, 224, 448, 882 วรรคแรก ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม. 138, 183

คู่ความแถลงร่วมกันขอสละประเด็นข้อต่อสู้ทั้งหมดขอให้ศาลวินิจฉัยเพียงประเด็นฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ส่วนค่าเสียหายยอมรับกันแต่เมื่อคดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยในฐานะผู้รับประกันภัยค้ำจุนรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์ประกันภัยไม่ได้ฟ้องให้รับผิดในฐานะผู้ทำละเมิดจำเลยจะยกอายุความเรื่องละเมิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา448มาปฏิเสธความรับผิดไม่ได้ปัญหาว่าคดีโจทก์ขาดอายุความเรียกค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา882วรรคแรกหรือไม่ไม่เป็นประเด็นแห่งคดีที่จะวินิจฉัยและต้องฟังว่าคดีของโจทก์ยังไม่ขาดอายุความดังนี้จำเลยจึงต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ตามที่แถลงรับกันไว้ โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยรับผิดชดใช้ค่าเสียหายตามกรมธรรม์ประกันภัยจำเลยไม่ใช่ผู้ทำละเมิดหรือต้องร่วมรับผิดกับผู้ทำละเมิดโจทก์จะขอให้จำเลยเสียดอกเบี้ยนับแต่วันละเมิดไม่ได้ทั้งตามฟ้องไม่ปรากฏวันผิดนัดแน่นอนโจทก์จึงควรได้ดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้องไปเท่านั้น.

เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ที่ 1 เป็นผู้ขับขี่รถยนต์โดยสาร โจทก์ที่ 2 เป็นมารดานายสมศักดิ์ โจทก์ที่ 3 เป็นบิดานายวิวัฒน์ จำเลยได้รับประกันภัยค้ำจุนรถยนต์บรรทุกไว้จากนายวิเชษฐ นายประเทืองลูกจ้างของนายวิเชษฐได้ขับรถยนต์บรรทุกคันดังกล่าวด้วยความประมาท ชนกับรถยนต์โดยสารที่โจทก์ที่ 1 ขับ เป็นเหตุให้โจทก์ที่ 1 ได้รับบาดเจ็บ นายสมศักดิ์และนายวิวัฒน์ซึ่งนั่งอยู่ในรถถึงแก่ความตาย ขอให้จำเลยในฐานะผู้รับประกันภัยรถยนต์บรรทุกชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้งสามคนละ 30,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันละเมิดจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยให้การว่า นายประเทืองขับรถด้วยความระมัดระวังโจทก์ที่ 1 ขับรถด้วยความประมาทจึงชนกัน ค่เสียหายไม่เท่าฟ้อง โจทก์ฟ้องคดีเกิน 1 ปี นับแต่วันละเมิดจึงขาดอายุความแล้ว คู่ความแถลงร่วมกันว่า จำเลยขอสละประเด็นข้อต่อสู้ทั้งหมดคงขอให้ศาลวินิจฉัยประเด็นฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ และโจทก์จำเลยยอมรับกันว่าค่าเสียหายของโจทก์ที่ 1 เป็นเงิน 15,000 บาท โจทก์ที่ 2 และที่ 3 คนละ 30,000 บาทโจทก์จำเลยแถลงไม่ติดใจสืบพยานต่อไป ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์ทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ทั้งสามฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยในฐานะผู้รับประกันภัยค้ำจุนรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์ประกันภัย ไม่ได้ฟ้องให้จำเลยรับผิดในฐานะผู้ทำละเมิด ฉะนั้น จำเลยจะยกอายุความเรื่องละเมิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 มาปฏิเสธความรับผิดไม่ได้ ปัญหาว่าคดีโจทก์ขาดอายุความเรียกค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 882 วรรคแรกหรือไม่ ไม่เป็นประเด็นแห่งคดีที่จะวินิจฉัยและต้องฟังว่าคดีของโจทก์ยังไม่ขาดอายุความ จำเลยจึงต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ทั้งสามตามที่แถลงรับกันไว้ ที่ศาลล่างทั้งสองฟังว่าคดีโจทก์ขาดอายุความและพิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งสาม ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย แต่เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยรับผิดชดใช้ค่าเสียหายตามกรมธรรม์ประกันภัย จำเลยไม่ใช่ผู้ทำละเมิดหรือต้องร่วมรับผิดกับผู้ทำละเมิด โจทก์จะขอให้จำเลยเสียดอกเบี้ยนับแต่วันละเมิดไม่ได้ ทั้งตามฟ้องโจทก์ไม่ปรากฏวันผิดนัดแน่นอนโจทก์จึงควรได้ดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้องไปเท่านั้น พิพากษากลัย ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ที่ 1 เป็นเงิน 15,000 บาท ให้แก่โจทก์ที่ 2 และที่ 3 คนละ 30,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระค่าเสียหายให้แก่โจทก์แต่ละคนเสร็จ

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา nan

แหล่งที่มา ADMIN

ชื่อคู่ความ โจทก์ - นาย สมพงษ์ คนรู้ กับพวก จำเลย - บริษัท สินมั่นคงประกันภัย จำกัด

ชื่อองค์คณะ เสรี แสงศิลป์ สุชาติ จิวะชาติ เสวก จันทร์ผ่อง

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ที่ตัดสิน nan

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th
ติดต่อเราทาง LINE