ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

คดีสืบเนื่องมาจากศาลอุทธรณ์พิพากษาให้โจทก์จำเลยหย่าขาดจากการเป็นสามีภริยา และให้จำเลยแบ่งสินสมรสอันดับที่ 1 ถึงที่ 21 ยกเว้นอันดับที่ 18 และที่ 20ให้แก่โจทก์ครึ่งหนึ่ง โดยกำหนดราคาทรัพย์สินสมรสแต่ละอันดับไว้ ศาลฎีกาพิพากษาแก้เป็นว่าถ้าจำเลยไม่ยอมแบ่งหรือไม่สามารถแบ่งสินสมรสอันดับใด ให้นำสินสมรสอันดับนั้นออกขายทอดตลาดแล้วนำเงินมาแบ่งให้แก่โจทก์ครึ่งหนึ่ง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีถึงที่สุด ศาลชั้นต้นออกคำบังคับให้จำเลยปฏิบัติตามคำพิพากษา จำเลยได้นำเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาจำนวน 4,043,940 บาทมาวางต่อศาลชั้นต้นเพื่อให้โจทก์รับไป โจทก์คัดค้านว่าจำนวนเงินไม่ถูกต้อง โจทก์ยังติดใจในราคาทรัพย์สินอันดับที่ 1 ถึงที่ 3 และอันดับที่ 10 ถึง 14 ขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีต่อไป ศาลชั้นต้นนัดพร้อมในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2539 และมีคำสั่งว่าโจทก์และจำเลยต่างโต้แย้งกันอยู่ในเรื่องแบ่งสินสมรส ถือได้ว่าเป็นกรณีที่การแบ่งไม่อาจตกลงกันได้ จึงให้นำสินสมรสอันดับที่ 1 ถึงที่ 3 และที่ 10 ถึงที่ 14 ออกขายทอดตลาดนำเงินมาแบ่งกันตามส่วนเท่ากัน จำเลยแถลงว่าพร้อมที่จะปฏิบัติตามคำบังคับของศาลและได้นำเงินที่จะต้องชำระแก่โจทก์อีก 104,868.05 บาท วางต่อศาลชั้นต้นและขอให้ศาลชั้นต้นสั่งถอนการยึดทรัพย์ในคดีนี้ทั้งหมด

ศาลชั้นต้นนัดพร้อมในวันที่ 5 มิถุนายน 2539 และมีคำสั่งว่าหลังจากศาลมีคำสั่งเกี่ยวกับการบังคับคดีในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2539 แล้วไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์จึงให้เจ้าพนักงานบังคับคดีนำสินสมรสอันดับที่ 1 ถึงที่ 3 และที่ 10 ถึงที่ 14 ออกขายทอดตลาดนำเงินมาแบ่งกันตามส่วนเท่ากัน

จำเลยอุทธรณ์

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์จำเลย

จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 มีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณา

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิจารณาแล้วพิพากษาให้ยกคำสั่งของศาลชั้นต้นที่สั่งให้ขายทอดตลาดทรัพย์สินสมรส ให้จำเลยนำเงินส่วนแบ่งสินสมรสที่ขาดกับค่าธรรมเนียมมาชำระภายในระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด มิฉะนั้นให้บังคับคดีแก่ทรัพย์สินต่อไป

โจทก์และจำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "จำเลยได้ปฏิบัติการชำระหนี้ตามคำพิพากษาแล้วหรือไม่คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยแบ่งสินสมรสท้ายฟ้อง อันดับที่ 1 ถึงที่ 21 ยกเว้นอันดับที่ 18 และที่ 20 ให้โจทก์ครึ่งหนึ่ง โดยได้กำหนดราคาทรัพย์แต่ละอันดับไว้และศาลฎีกาเห็นว่าการแบ่งสินสมรสระหว่างสามีภริยาตามคำพิพากษาต้องแบ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1533 ที่ว่า "เมื่อหย่ากันให้แบ่งสินสมรสให้ชายและหญิงได้ส่วนเท่ากัน" ซึ่งถ้าการแบ่งไม่อาจตกลงกันได้ ก็ให้นำสินสมรสออกขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาแบ่งกัน ศาลฎีกาจึงพิพากษาแก้เป็นว่า ถ้าจำเลยไม่ยอมแบ่งหรือไม่สามารถแบ่งสินสมรสอันดับใด ให้นำสินสมรสอันดับนั้นออกขายทอดตลาดแล้วนำเงินมาแบ่งให้โจทก์ครึ่งหนึ่ง นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์หมายถึงหากขายทอดตลาดทรัพย์พิพาทอันดับใดได้เงินน้อยกว่าจำนวนเงินที่ระบุในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์จำเลยก็ไม่ต้องรับผิดเกินกว่าราคาที่ขายทอดตลาดทรัพย์พิพาทนั้นแต่ในทางกลับกันจำเลยก็คงจะรับผิดต่อโจทก์ไม่เกินกว่าจำนวนเงินที่โจทก์กล่าวอ้างและมีคำขอมาในคำฟ้อง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 วรรคหนึ่งที่ห้ามมิให้พิพากษาหรือทำคำสั่งให้สิ่งใด ๆ เกินไปกว่าหรือนอกจากในคำฟ้อง ดังนี้ เมื่อโจทก์ขอแบ่งสินสมรสโดยระบุจำนวนราคาสินสมรสมาในคำฟ้อง และจำเลยยอมแบ่งสินสมรสตามจำนวนเงินที่ระบุมาในคำฟ้องแก่โจทก์ ถือได้ว่าจำเลยได้ปฏิบัติการชำระหนี้ถูกต้องตามคำพิพากษาแล้วตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาย่อมไม่อาจที่จะร้องขอให้ขายทอดตลาดเพื่อบังคับคดีตามคำพิพากษาได้อีกต่อไป ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาในประเด็นนี้มานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th