ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองว่าจ้างโจทก์บรรทุกหินจากโรงโม่หินโชคบุญชัย อำเภอกันทรลักษณ์ จังหวัดศรีสะเกษ ไปยังหน้างานสร้างทางสายอำเภอราษีไศล และไปยังอำเภอยางชุมน้อยจังหวัดศรีสะเกษ ของจำเลยทั้งสอง แต่จำเลยทั้งสองเพิกเฉยไม่ชำระเงินค่าจ้างตามหนังสือรับสภาพหนี้ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 181,370.50 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย
จำเลยทั้งสองให้การทำนองเดียวกันว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องที่ศาลจังหวัดศรีสะเกษเพราะจำเลยทั้งสองมีภูมิลำเนาอยู่ที่กรุงเทพมหานคร จำเลยทั้งสองไม่เคยว่าจ้างโจทก์บรรทุกหินและไม่เคยทำหนังสือรับสภาพหนี้ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยตามฟ้อง
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 2 เป็นกรรมการของจำเลยที่ 1การติดต่อว่าจ้างบรรทุกหิน โจทก์ติดต่อกับจำเลยที่ 2 ที่หน่วยงานสร้างทางอำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งมีลักษณะเป็นสำนักงานของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 จึงมีหลักแหล่งที่ทำการงานเป็นปกติหลายแห่ง ถือได้ว่าสำนักงานที่อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ เป็นภูมิลำเนาของจำเลยที่ 2 อีกแห่งหนึ่งการฟ้องจำเลยที่ 1 ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ที่กรุงเทพมหานคร และจำเลยที่ 2 มีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งมีภูมิลำเนาในเขตศาลสองศาลและมูลความแห่งคดีไม่อาจแบ่งแยกได้ โจทก์ย่อมฟ้องจำเลยทั้งสองต่อศาลจังหวัดศรีสะเกษได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 4(2) และมาตรา 5วรรคสอง (เดิม) ซึ่งเป็นบทบัญญัติที่ใช้บังคับขณะโจทก์ยื่นฟ้องที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกฟ้องโดยอ้างเหตุศาลจังหวัดศรีสะเกษไม่มีเขตอำนาจเหนือคดีนี้ไม่ชอบ
พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ให้ศาลอุทธรณ์ภาค 1พิจารณาพิพากษาประเด็นอื่นต่อไป
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา


