ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
แชทกับทนายส่วนตัว
การันตีได้รับคำตอบทันทีจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

10,000+

ทนายความตัวจริง

500+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Legardy App
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 10555 โจทก์ได้นำที่ดินดังกล่าวไปจดทะเบียนจำนองเป็นประกันเงินกู้ของนายทองพูล ปลั่งศิริ ซึ่งมีอยู่ขณะจดทะเบียนจำนองและในภายภาคหน้าในวงเงินทั้งสิ้นไม่เกิน 390,000 บาท ต่อจำเลยต่อมาโจทก์ได้ยื่นเรื่องขอจดทะเบียนไถ่ถอนจำนองต่อจำเลยในวงเงิน390,000 บาท ปรากฏว่าจำเลยไม่ยอมรับการไถ่ถอนจำนอง แต่กำหนดให้โจทก์ไถ่ถอนในวงเงิน 840,000 บาท ซึ่งเป็นวงเงินที่เกินกว่าโจทก์ได้จดทะเบียนจำนองประกันหนี้ไว้แก่จำเลย ขอให้ศาลบังคับจำเลยไปจดทะเบียนไถ่ถอนจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 10555 ให้แก่โจทก์ในจำนวนเงิน 390,000 บาท และให้จำเลยส่งมอบโฉนดที่ดินดังกล่าวและรับเงิน 390,000 บาท จากโจทก์ หากจำเลยไม่ยอมปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลย

จำเลยให้การว่า โจทก์ได้จดทะเบียนจำนองที่ดินตามฟ้องเพื่อเป็นประกันหนี้ของโจทก์และหนี้ของนายทองพูล ปลั่งศิริ ซึ่งเป็นหนี้จำเลยผู้รับจำนองในขณะทำสัญญาจำนองหรือในเวลาใดเวลาหนึ่งต่อไปในภายหน้า เป็นเงินจำนวน 390,000 บาท โดยกำหนดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี โจทก์ได้ทำหนังสือสัญญาต่อท้ายหนังสือสัญญาจำนองที่ดินเป็นประกันหนี้ที่จะมีขึ้นต่อไปในภายหน้า รวมตลอดทั้งหนี้ค่าอุปกรณ์ และยอมตกลงด้วยว่า หากบังคับจำนองแล้วได้เงินไม่พอชำระหนี้ยินยอมให้จำเลยยึดทรัพย์สินอื่นของโจทก์นำออกขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้จำเลยได้จนครบถ้วน ต่อมาโจทก์ได้ตกลงทำบันทึกแก้ไขอัตราดอกเบี้ยจำนองจากอัตราร้อยละ 15 ต่อปี เป็นอัตราร้อยละ 18 ต่อปี นายทองพูล ปลั่งศิริ เป็นหนี้จำเลยสาขาสมุทรสาครตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีและตามภาระการออกหนังสือค้ำประกันรวมเป็นเงิน 5,102,640.97 บาท นอกจากโจทก์จะได้จำนองที่ดินเป็นประกันหนี้ดังกล่าวแล้ว โจทก์ยังได้ทำสัญญาค้ำประกันเงินกู้และทำสัญญาค้ำประกันหนี้การออกหนังสือค้ำประกันไว้แก่จำเลยอีกด้วยโดยยอมร่วมรับผิดกับนายทองพูลอย่างลูกหนี้ร่วม โจทก์ให้จำเลยไถ่ถอนจำนองที่ดินตามฟ้องเป็นเงินจำนวน 390,000 บาท เป็นการไม่ถูกต้อง จำเลยจึงไม่ต้องจดทะเบียนไถ่ถอนจำนองให้แก่โจทก์ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงที่โจทก์จำเลยไม่โต้เถียงกันรับฟังได้ว่า โจทก์ได้ทำสัญญาค้ำประกันหนี้กู้เบิกเงินเกินบัญชีของนายทองพูล ปลั่งศิริ ไว้แก่จำเลย สาขาสมุทรสาครในวงเงิน900,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีและบันทึกเพิ่มเติมท้ายสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีเอกสารหมาย ล.3 ล.4และ ล.5 และจำเลยได้ทำหนังสือค้ำประกันนายทองพูลให้ไว้ต่อบริษัทเมโทรแมชีนเนอรี่ จำกัด ตามเอกสารหมาย ล.6 โจทก์ได้นำที่ดินโฉนดเลขที่ 10555 ตำบลนาดี อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร จำนองเป็นประกันหนี้ของนายทองพูลในวงเงิน 390,000 บาทตามสัญญาจำนองและสัญญาต่อท้ายสัญญาจำนองเอกสารหมาย ล.7 และ ล.8เมื่อคิดถึงวันที่ 30 พฤษภาคม 2529 นายทองพูลมียอดหนี้เบิกเงินเกินบัญชีเป็นจำนวน 2,306,663.62 บาท ตามการด์บัญชีเอกสารหมายล.13 และมีหนี้ตามภาระการออกหนังสือค้ำประกันเป็นจำนวน 2,795,977.35บาท ตามเอกสารหมาย ล.14 หนี้ดังกล่าวนายทองพูลยังไม่ได้ชำระให้แก่จำเลย มีปัญหาจะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ข้อแรกว่าโจทก์จะขอให้จำเลยจดทะเบียนไถ่ถอนการจำนองที่ดินตามฟ้องให้โจทก์ในจำนวนเงิน 390,000 บาท ได้หรือไม่ พิเคราะห์แล้วเห็นว่าตามสัญญาต่อท้ายสัญญาจำนอง ข้อ 1 ระบุข้อความตอนหนึ่งว่า ผู้จำนองได้จำนองเพื่อประกันเงินซึ่งนายทองพูลลูกหนี้ได้เบิกไปจากผู้รับจำนองหรือในเงินจำนวนใดจำนวนหนึ่งซึ่งผู้จำนองหรือลูกหนี้เป็นหนี้ผู้รับจำนองอยู่ในเวลาทำสัญญาจำนองหรือจะเป็นหนี้ต่อไปในภายหน้ากับค่าอุปกรณ์ คือ ดอกเบี้ย ค่าสินไหมทดแทนในการไม่ชำระหนี้ค่าฤชาธรรมเนียมในการบังคับจำนอง ผู้จำนองยอมรับผิดชอบด้วยทั้งสิ้นและในข้อ 2 ระบุข้อความตอนหนึ่งว่า ผู้จำนองยอมเสียดอกเบี้ยให้แก่ผู้รับจำนองในอัตราร้อยละสิบห้าต่อปีในจำนวนเงินทั้งสิ้น ซึ่งลูกหนี้ที่กล่าวแล้วข้างต้นเป็นหนี้ผู้รับจำนอง เงินดอกเบี้ยนี้จะได้คิดในยอดหนี้ประจำวันซึ่งปรากฏในบัญชีของผู้รับจำนองถ้าลูกหนี้ผิดนัดชำระดอกเบี้ยที่กล่าวนี้ ผู้จำนองยอมให้ผู้รับจำนองคำนวณดอกเบี้ยที่ค้างชำระทบต้นในบัญชีของผู้จำนองและหรือลูกหนี้ด้วยดังนั้น สัญญาจำนองย่อมมีความหมายว่า นอกจากโจทก์ผู้จำนองจะต้องรับผิดตามสัญญาจำนองเป็นเงิน 390,000 บาทแล้ว ยังต้องรับผิดสำหรับดอกเบี้ย เมื่อนายทองพูลซึ่งเป็นลูกหนี้ผิดนัดชำระดอกเบี้ยแก่จำเลยด้วย โจทก์จะขอไถ่ถอนจำนองในจำนวนเงิน 390,000 บาทโดยไม่ปรากฏว่าโจทก์เสนอขอชำระดอกเบี้ยด้วย จำเลยย่อมปฏิเสธการรับชำระหนี้และไม่ยอมให้ไถ่ถอนจำนองได้ ส่วนที่โจทก์ฎีกาข้อต่อไปว่าจำเลยมีหน้าที่นำสืบภายหลังได้อ้างส่งสัญญาค้ำประกันเอกสารหมาย ล.11และ ล.12 โดยมิได้ถามค้านพยานโจทก์ไว้ จำเลยไม่มีสิทธิอ้างส่งเอกสารหมาย ล.11 และ ล.12 นั้น เห็นว่า จำเลยอ้างส่งเอกสารหมายล.11 และ ล.12 เพื่อการนำสืบตามประเด็นข้อต่อสู้ จำเลยย่อมมีสิทธินำสืบโดยอ้างส่งเอกสารดังกล่าวได้ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว"

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา

sanook ข่าวสด มติชน spring

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th