ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
10,000+
ทนายความตัวจริง
500+


โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นพี่ชายนายลาน จำเลยเป็นภริยานายลานโดยมิได้จดทะเบียนสมรส ระหว่างอยู่กินด้วยกัน นายลานทำพินัยกรรมยกทรัพย์ทั้งหมดให้จำเลย ต่อมานายลานเลิกร้างกับจำเลยและได้ทำหนังสือแบ่งทรัพย์กัน โดยนายลานได้ทรัพย์พิพาท จำเลยได้ทรัพย์อื่นจึงมีผลเท่ากับนายลานได้เพิกถอนพินัยกรรมแล้ว หลังจากนั้นนายลานตาย จำเลยขอรับมรดกที่พิพาทและบุกรุกทำนาพิพาท จึงขอให้ศาลพิพากษาว่าทรัพย์พิพาทเป็นของโจทก์กับทายาทอื่น
จำเลยให้การว่าไม่เคยทำหนังสือแบ่งทรัพย์ดังที่โจทก์ฟ้องทรัพย์พิพาทตกเป็นของจำเลยโดยผลแห่งพินัยกรรม หนังสือแบ่งทรัพย์ตามฟ้องไม่ลบล้างพินัยกรรม
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1694,1695 การเพิกถอนพินัยกรรมฉบับก่อนทั้งหมดหรือบางส่วนต้องกระทำด้วยพินัยกรรมฉบับหลัง หรือทำลาย หรือขีดฆ่าพินัยกรรมนั้นโดยความตั้งใจถ้าทรัพย์สินอันเป็นวัตถุแห่งพินัยกรรมได้โอนไปโดยสมบูรณ์ด้วยความตั้งใจ ข้อกำหนดพินัยกรรมอันเกี่ยวกับทรัพย์สินนั้นเป็นอันเพิกถอนไปเฉพาะบางอย่างเท่านั้น ตามมาตรา 1696 ส่วนพินัยกรรมยังใช้ได้อยู่ หาได้สิ้นผลลงทั้งฉบับไม่ เมื่อทรัพย์พิพาทโอนกลับมาเป็นของนายลานตามสัญญาแบ่งทรัพย์ แต่พินัยกรรมที่นายลานทำไว้ว่ายกทรัพย์ทั้งหมดให้จำเลยยังมีผลสมบูรณ์อยู่ ทรัพย์อันใดที่เป็นของนายลาน แม้ที่ได้มาใหม่ก็ย่อมตกได้แก่จำเลยตามพินัยกรรมอยู่นั่นเอง เมื่อนายลานตายโจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องเรียกทรัพย์พิพาทจากจำเลย
พิพากษายืน
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา









