ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2533 จำเลยได้เบิกความอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีต่อศาล ซึ่งความเท็จนั้นเป็นข้อสำคัญในคดีกล่าวคือ จำเลยได้เบิกความเป็นพยานในคดีที่จำเลยร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกของนายสาลี จิตต์ธรรม ว่า"ก่อนนายสาลีถึงแก่กรรม นายสาลีมิได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์มรดกให้แก่ผู้ใด และมิได้ตั้งผู้ใดเป็นผู้จัดการมรดก" ปรากฏตามสำนวนคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 126/2533 ของศาลชั้นต้น ซึ่งข้อความดังกล่าวเป็นความเท็จ เพราะความจริงจำเลยรู้อยู่แล้วว่านายสาลีได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์มรดกทั้งหมดให้แก่นายสุรพล ไชยกาลและโจทก์เพียงสองคนเท่านั้น การกระทำของจำเลยเป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหาย เหตุเกิดที่ศาลจังหวัดปทุมธานีตำบลบางปรอก อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177 วรรคแรก จำคุก 3 เดือน

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่าเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2532 นายสาลี จิตต์ธรรม ได้ทำพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมืองไว้ที่อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานียกทรัพย์มรดกทั้งหมดให้โจทก์กับนายสุรพล ไชยกาล และแต่งตั้งให้โจทก์กับนายสุรพลร่วมกันเป็นผู้จัดทำการศพ และเป็นผู้จัดการมรดกของตนด้วย ต่อมาวันที่ 5 เมษายน 2533 นายสาลีถึงแก่ความตายจำเลยซึ่งเป็นน้องนายสาลีได้ยื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกของนายสาลีและเบิกความต่อศาลชั้นต้นว่า ก่อนถึงแก่ความตายนายสาลีมิได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์มรดกให้แก่ผู้ใด และมิได้ตั้งผู้ใดเป็นผู้จัดการมรดก ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งตั้งจำเลยเป็นผู้จัดการมรดกของนายสาสี คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ ข้อเท็จจริงรับฟังได้ตามที่โจทก์นำสืบว่าขณะจำเลยเบิกความในคดีที่จำเลยร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกของนายสาลีนั้นจำเลยรู้อยู่แล้วว่านายสาลีได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์มรดกทั้งหมดให้แก่โจทก์และนายสุรพลแล้ว จำเลยจึงเป็นผู้ถูกตัดขาดมิให้รับมรดก และไม่มีฐานะเป็นทายาทที่จะร้องขอให้ศาลตั้งเป็นผู้จัดการมรดก ดังนั้น การที่จำเลยเบิกความในคดีดังกล่าวว่านายสาสีมิได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์มรดกให้ผู้ใด และมิได้ตั้งผู้ใดเป็นผู้จัดการมรดก เป็นเหตุให้ศาลเชื่อตามคำเบิกความของจำเลย และตั้งจำเลยเป็นผู้จัดการมรดกของนายสาลี คำเบิกความของจำเลยจึงเป็นข้อสำคัญในคดีการกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามที่โจทก์ฟ้อง

พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th