ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกของนางอุทัย ปาลเรือง ผู้ตายได้นำที่ดินตามโฉนดเลขที่ 2227ซึ่งเป็นทรัพย์มรดกของนางอุทัยและตกทอดแก่จำเลยกับนายธีรวิทย์ นายอดิศักดิ์ นายไพฑูรย์ ปาลเรืองและนายชวลิต วัฒนานุสรณ์ ผู้เป็นทายาทและเป็นผู้เสียหายไปจดทะเบียนเป็นของจำเลยและนำไปจดทะเบียนจำนองประกันเงินกู้จำนวน 400,000 บาท ที่จำเลยและนางอัมพร วรจิตสกุลชัยกู้จากธนาคารทหารไทย จำกัด โดยทุจริตเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่นายธีรวิทย์ นายอดิศักดิ์ นายไพฑูรย์ และนายชวลิต เป็นเงิน 2,787,200 บาท ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 353,354 และให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์เป็นเงิน 2,787,200 บาทแก่ผู้เสียหาย

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 353 ประกอบด้วยมาตรา 354 จำคุก 2 ปี และปรับ 9,000 บาทคำเบิกความของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสาม คงจำคุก 1 ปี4 เดือน และปรับ 6,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 และให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์เป็นเงิน 2,787,200 บาท แก่เจ้าของ

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่าขณะเกิดเหตุจำเลยรับราชการทหารต่อมาจำเลยเกษียณอายุราชการจำเลยเป็นบุคคลอยู่ในอำนาจศาลทหารโจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยต่อศาลพลเรือนนั้น เห็นว่า ขณะที่โจทก์ยื่นคำร้องคำฟ้องต่อศาลชั้นต้นนั้นได้ระบุอาชีพของจำเลยไว้อย่างชัดแจ้งว่าเป็นข้าราชการบำนาญ จำเลยทราบคำฟ้องแล้วมิได้คัดค้านโต้แย้งใด ๆ ทั้ง ๆ ที่อยู่ในวิสัยของจำเลยอันถึงต้องกระทำแต่หาได้กระทำไม่ จึงถือได้ว่าจำเลยมิใช่บุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหารในขณะกระทำผิดตามพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. 2498 มาตรา 13, 16(1)ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งประทับฟ้องแล้วดำเนินคดีต่อมาตามขั้นตอนด้วยเหตุนี้เองแม้จะปรากฏเป็นครั้งแรกจากฎีกาของจำเลยในภายหลังว่าเป็นคดีที่อยู่ในอำนาจศาลทหารก็ตาม ศาลล่างทั้งสองซึ่งเป็นศาลพลเรือนด้วยกันก็มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีนี้ได้ตามที่พระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. 2498 มาตรา 15 วรรคสองบัญญัติไว้ ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th