ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

คดี สืบเนื่อง มาจาก ศาลชั้นต้น พิพากษา ตาม สัญญา ประนีประนอมยอมความ ให้ จำเลย ที่ 1 ถึง ที่ 13 และ จำเลย ที่ 15 ชำระ เงิน จำนวน19,144.40 บาท พร้อม ดอกเบี้ย ให้ แก่ โจทก์ แต่ จำเลย ไม่ชำระ โจทก์จึง นำ เจ้าพนักงาน บังคับคดี ยึดทรัพย์ ของ จำเลย ที่ 1 เพื่อ ขายทอดตลาดชำระหนี้

ผู้ร้อง ยื่น คำร้อง ว่า ผู้ร้อง เป็น เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ใน คดีหมายเลขแดง ที่ 4/2533 ของ ศาลจังหวัด สี คิ้ว ( ปากช่อง ) ซึ่ง จำเลย ที่ 1 ชำระ ให้ ผู้ร้อง เพียง 11,000 บาท ส่วน ที่ เหลือ ผิดนัด ไม่ชำระผู้ร้อง ขอให้ ออกหมาย ตั้ง เจ้าพนักงาน บังคับคดี แล้ว แต่ จำเลย ที่ 1ไม่มี ทรัพย์สิน อื่น ใด เหลือ อยู่ อีก ที่ ผู้ร้อง จะ บังคับ เอา ชำระหนี้ได้ จึง ขอให้ ผู้ร้อง เข้า เฉลี่ยทรัพย์ ของ จำเลย ที่ 1 ที่ ขาย ได้ใน คดี นี้

โจทก์ คัดค้าน ว่า จำเลย ที่ 1 ยัง มี ทรัพย์สิน อื่น อีก ขอให้ยกคำร้อง

ศาลชั้นต้น ไต่สวน คำร้อง แล้ว มี คำสั่ง ให้ยก คำร้อง

ผู้ร้อง อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ ภาค 1 พิพากษากลับ อนุญาต ให้ ผู้ร้อง เข้า เฉลี่ยใน เงิน ที่ ได้ จาก การ ขายทอดตลาด ทรัพย์ ของ จำเลย ที่ 1 ที่ โจทก์ ยึดไว้ ได้ หาก โจทก์ สละ สิทธิ ใน การ บังคับคดี หรือ เพิกเฉย ไม่ ดำเนินการบังคับคดี ภายใน เวลา ที่ เจ้าพนักงาน บังคับคดี กำหนด ให้ ผู้ร้องดำเนินการ บังคับคดี ต่อไป ได้

โจทก์ ฎีกา

ศาลฎีกา วินิจฉัย ว่า "มี ปัญหา ต้อง วินิจฉัย ว่า ผู้ร้อง มีสิทธิขอเฉลี่ยทรัพย์ ราย นี้ หรือไม่ เห็นว่า ผู้ร้อง มี นาย ถวัลย์ บุรีรักษ์ กรรมการ ของ ผู้ร้อง เบิกความ เป็น พยาน ปาก เดียว และ เบิกความ แต่เพียง ว่า "ผู้ร้อง ได้ สืบหา ทรัพย์สิน ของ จำเลย ที่ 1 แล้ว ไม่ปรากฏว่า จำเลย ที่ 1 มี ทรัพย์สิน อื่น อีก " ซึ่ง เป็น การ เบิกความ ตาม ข้อความที่ ระบุ ไว้ ใน คำร้อง เท่านั้น รายละเอียด ที่ ว่า มี การ สืบหา ทรัพย์สินของ จำเลย ที่ 1 ได้ กระทำ ไป เมื่อใด อย่างไร มี ใคร บ้าง เป็น ผู้ดำเนินการสืบหา พยาน ได้ ร่วม สืบหา ด้วย หรือไม่ และ เพราะ อะไร จำเลย ที่ 1จึง ไม่มี ทรัพย์สิน อื่น ใด อีก ผู้ร้อง ไม่ได้ นำสืบ เมื่อ ประมวล กฎหมายวิธีพิจารณา ความ แพ่ง มาตรา 290 วรรคสอง บัญญัติ ว่า "ไม่ว่า กรณี ใด ๆห้าม มิให้ ศาล อนุญาต ตาม คำขอ เช่นว่า มา นี้ เว้นแต่ ศาล เห็นว่า ผู้ยื่นคำขอ ไม่สามารถ เอา ชำระ ได้ จาก ทรัพย์สิน อื่น ๆ ของ ลูกหนี้ ตาม คำพิพากษา "จึง ตกเป็น หน้าที่ ผู้ร้อง ต้อง นำสืบ ให้ ได้ความ ว่า จำเลย ที่ 1 ไม่มีทรัพย์สิน อื่น ที่ ผู้ร้อง จะ บังคับ เอา ชำระหนี้ ได้ เมื่อ ผู้ร้อง มิได้นำสืบ ให้ เห็น ดังกล่าว มา ผู้ร้อง จึง ไม่มี สิทธิ ร้องขอ เฉลี่ย ที่ศาลอุทธรณ์ ภาค 1 พิพากษา มา นั้น ศาลฎีกา ไม่เห็น พ้อง ด้วย ฎีกา โจทก์ฟังขึ้น "

พิพากษากลับ ให้ยก คำร้องขอ งผู้ร้อง

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th