ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยชี้หน้าตะโกนด่าโจทก์ต่อหน้าธารกำนัลว่า "ไอ้ห่า"และพูดต่อไปว่า "มึงลุกมาทำไมวะ ให้นั่งอยู่ที่โน่น" ทำให้โจทก์ได้รับความอับอายขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 393

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับเป็นว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 393

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาข้อกฎหมายที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า ที่จำเลยด่าโจทก์ต่อหน้าว่า "ไอ้ห่า" และพูดต่อไปด้วยว่า "กูให้มึงนั่งอยู่ที่โน่นมึงลุกมาทำไม" เป็นความผิดฐานดูหมิ่นซึ่งหน้าตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 393 หรือไม่ เห็นว่า ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525ให้ความหมายของคำว่า "ห่า" ไว้ตอนหนึ่งว่า เป็นชื่อผีจำพวกหนึ่งถือกันว่าทำให้เกิดโรคระบาดอย่างร้ายแรงเช่นโรคลงราก เมื่อจำเลยนำมาใช้ในลักษณะเป็นคำด่าโจทก์จึงไม่แตกต่างไปจากการด่าว่า "อีสัตว์" ซึ่งศาลฎีกาเคยวินิจจฉัยไว้แล้วตามคำพิพากษาฎีกาที่ 2220/2518 ระหว่าง พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์นางนิตยา ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา โจทก์ร่วม นายอรพงษ์ โพธิ์ปั้น จำเลย ว่าเป็นการดูหมิ่นซึ่งหน้า จำเลยคดีนี้นำคำว่า "ไอ้ห่า" มาใช้เป็นคำด่า จึงไม่ใช่เป็นเพียงใช้คำไม่สุภาพ ผรุสวาจาหรือคำอุทานอย่างจำเลยฎีกา ศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยดูหมิ่นโจทก์ซึ่งหน้า ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th
bind:isSubmitting />