ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ ทั้ง สาม ซึ่ง เป็น บุตร ของ ผู้ตาย ฟ้อง ขอ ให้ จำเลย ทั้ง สองร่วมกัน รับ ผิด ชดใช้ ค่าเสียหาย ให้ แก่ โจทก์ ใน กรณี ที่ จำเลยที่ 1 ลูกจ้าง ของ จำเลย ที่ 2 ขับ รถ โดย ประมาท เกิน เหตุ ให้ ผู้ตายถึง แก่ ความตาย จำนวน 419,000 บาท

จำเลย ที่ 1 ขาดนัด ยื่น คำให้การ และ ขาดนัด พิจารณา

จำเลย ที่ 2 ให้การ ว่า โจทก์ ไม่ มี อำนาจ ฟ้อง เหตุ ที่ เกิด ขึ้นไม่ ใช่ ความ ประมาท ของ จำเลย ที่ 1 จำเลย ที่ 2 จึง ไม่ ต้อง รับ ผิดชอบ โจทก์ เรียกร้อง มาก เกิน ไป ขอ ให้ ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้น พิพากษา ให้ จำเลย ทั้ง สอง ร่วมกัน ชำระ เงิน 250,000บาท ให้ แก่ โจทก์ พร้อม ด้วย ดอกเบี้ย

จำเลย ที่ 2 อุทธรณ์

ศาล อุทธรณ์ วินิจฉัย ว่า นาย สูนย์ ผู้ขับ รถยนต์ สามล้อ คัน ที่ผู้ตาย นั่ง โดย สาร มา เป็น ฝ่าย ประมาท ไม่ ยิ่งหย่อนไป กว่า จำเลย ที่ 1 มิใช่ จำเลย ที่ 1 ประมาท ฝ่ายเดียว สมควร ให้จำเลย ที่ 2 ร่วม รับผิด ชดใช้ ค่าสินไหม ทดแทน ให้ โจทก์ เพียง125,000 บาท พิพากษา แก้ เป็น ว่า ให้ จำเลย ทั้ง สอง ร่วมกัน ชำระ เงิน 125,000 บาท แก่ โจทก์ พร้อม ด้วย ดอกเบี้ย

โจทก์ และ จำเลย ที่ 2 ฎีกา

ศาลฎีกา วินิจฉัย ข้อ กฎหมาย ว่า จำเลย ที่ 1 ที่ 2 ต้อง ร่วม รับผิดชดใช้ ค่าสินไหม ทดแทน ให้ โจทก์ เพียงไร เห็นว่า ผู้ตาย ซึ่ง โจทก์ทั้ง สาม สืบ สิทธิ มา ฟ้อง เรียก ค่าสินไหม ทดแทน เป็น เพียง บุคคลภายนอก ที่ นั่ง มา ใน รถยนต์ สามล้อ เท่านั้น มิได้ มี ส่วน ทำความผิด อย่างใด อย่างหนึ่ง ก่อ ให้ เกิด ความ เสียหาย ด้วย จำเลย ที่ 1ทำ ละเมิด ให้ โจทก์ เสียหาย แม้ นาย สูนย์ คนขับ รถยนต์ สามล้อ จะมี ส่วน ทำ ละเมิด ให้ โจทก์ เสียหาย ด้วย ผู้ ทำ ละเมิด ทุกคน ต้องร่วมกัน รับผิด ใน ความ เสียหาย ที่ เกิดขึ้น จาก การ ละเมิด นั้นต่อ โจทก์ การ ที่ ผู้ ทำ ละเมิด แต่ ละ คน จะ รับ ผิด มาก น้อยเพียงใด เป็น เรื่อง ระหว่าง ผู้ ทำ ละเมิด ที่ ศาลอุทธรณ์ พิพากษาให้ จำเลย ที่ 1 ที่ 2 รับผิด ใช้ ค่า สินไหม ทดแทน เพียง กึ่งหนึ่งไม่ ต้อง ด้วย ความเห็น ของ ศาลฎีกา ฎีกา ข้อ นี้ ของ โจทก์ ฟัง ขึ้น

แต่ ที่ ศาลชั้นต้น กำหนด ให้ จำเลย ทั้ง สอง ร่วมกัน ใช้ ค่าอุปการะ เลี้ยงดู ให้ โจทก์ ทั้ง สาม รวม 241,000 บาท โดย มิได้แยก เป็น ของ แต่ละ คน ทั้ง ที่ โจทก์ ทั้ง สาม ขอ ค่า อุปการะเลี้ยงดู มา แต่ ละ คน ไม่ เท่า กัน ศาลฎีกา เห็นควร กำหนด ให้ มาก น้อยตาม ส่วน ของ แต่ ละ คน ที่ ขอ มา คือ เป็น ของ โจทก์ ที่ 1 จำนวน53,800 บาท โจทก์ ที่ 2 จำนวน 77,200 บาท โจทก์ ที่ 3 จำนวน 110,000บาท

พิพากษา แก้ เป็น ว่า ให้ จำเลย ทั้ง สอง ร่วมกัน ชำระ เงิน ให้โจทก์ ที่ 1 จำนวน 53,800 บาท โจทก์ ที่ 2 จำนวน 77,200 บาท โจทก์ที่ 3 จำนวน 110,000 บาท และ ชำระ ให้ โจทก์ ทั้ง สาม อีก 9,000บาท พร้อม ด้วย ดอกเบี้ย

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา ADMIN

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th