ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
แชทกับทนายส่วนตัว
การันตีได้รับคำตอบทันทีจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

10,000+

ทนายความตัวจริง

500+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Legardy App
เนื้อหาฉบับเต็ม

คดีสืบเนื่องจากศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นให้จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 5 รับผิดชำระดอกเบี้ยของต้นเงินที่แต่ละคนต้องรับผิดแก่โจทก์ ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้คู่ความฟังเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2522 ต่อมาวันที่ 21 สิงหาคม 2523 จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องว่านายวีรวัฒน์ ซึ่งอยู่สำนักงานเดียวกับทนายจำเลยที่ 2 เป็นผู้รับหมายนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไว้แทนแล้วลืมมอบหมายนัดให้ทนายจำเลยที่ 2 ทนายจำเลยที่ 2 จึงไม่ทราบวันนัดและมิได้มาฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ จึงขออนุญาตให้จำเลยที่ 2 ฎีกาพร้อมทั้งยื่นฎีกาเข้ามาด้วย

ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกา

จำเลยที่ 2 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยที่ 2 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 252บัญญัติว่า "ถ้าคู่ความยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่ยอมรับฎีกา ให้ศาลชั้นต้นส่งคำร้องเช่นว่านั้นไปยังศาลฎีกาพร้อมกับฎีกาและคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดคดีของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ถ้าศาลฎีกาเห็นจำเป็นจะต้องตรวจสำนวนให้มีคำสั่งให้ศาลล่างส่งสำนวนนั้นไปยังศาลฎีกา" ตามบทบัญญัตินี้ย่อมเห็นได้ว่ากรณีที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่ยอมรับฎีกาเพราะเหตุใดก็ตาม หากคำสั่งนั้นไม่เป็นที่พอใจของผู้ฎีกาและประสงค์จะดำเนินคดีต่อไปก็ต้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นต่อศาลฎีกาโดยตรงเพื่อศาลฎีกาจะได้พิจารณาว่าคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกานั้นชอบหรือไม่นอกจากนี้ผู้ฎีกาจะต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งมาตรา 234 ประกอบด้วยมาตรา 247 โดยจะต้องยื่นคำร้องนั้นต่อศาลชั้นต้นและนำเงินค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาลและนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลภายในกำหนด 10 วันนับแต่วันที่ศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งอีกด้วย คดีนี้ปรากฏว่าเมื่อศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาแล้ว แทนที่จำเลยที่ 2 จะอุทธรณ์คำสั่งนั้นต่อศาลฎีกาตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวมา จำเลยที่ 2 กลับปล่อยให้ล่วงพ้นกำหนด 10 วันนับแต่วันที่ศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งแล้วจึงยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาเห็นว่าการปฏิบัติของจำเลยที่ 2 เป็นการไม่ชอบด้วยวิธีพิจารณาความตามตัวบทกฎหมายนอกจากนี้ ตามบทบัญญัติมาตรา 252ดังกล่าวข้างต้นจะเห็นได้ว่าอำนาจในการสั่งยืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้นหรือสั่งให้รับฎีกา เป็นอำนาจโดยเฉพาะของศาลฎีกา ศาลอุทธรณ์หามีอำนาจในการสั่งเช่นนั้นไม่ ดังนั้นที่ศาลอุทธรณ์รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 จึงเป็นการไม่ชอบเช่นกัน ด้วยเหตุนี้ ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยฎีกาของจำเลยที่ 2

พิพากษายกฎีกาของจำเลยที่ 2 และยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คืนค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาทั้งหมดแก่จำเลยที่ 2

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

sanook ข่าวสด มติชน spring

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th