ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
แชทกับทนายส่วนตัว
การันตีได้รับคำตอบทันทีจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

10,000+

ทนายความตัวจริง

500+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Legardy App
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2523 โจทก์ได้รับคำสั่งเงินทดแทนที่ 30/2523 ของพนักงานเงินทดแทนจังหวัดลำปาง ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของจำเลยสั่งให้โจทก์จ่ายค่าทดแทนแก่ลูกจ้างของโจทก์เป็นเงิน 1,796.66 บาท เนื่องจากการที่ลูกจ้างประสบอุบัติเหตุเนื่องจากการทำงานให้แก่โจทก์ โจทก์ไม่เห็นด้วยเพราะเจ้าหน้าที่ของจำเลยนำเงินค่าครองชีพที่โจทก์จ่ายให้แก่ลูกจ้างมารวมกับเงินเดือนแล้วคำนวณค่าทดแทน โจทก์ไม่นำเงินค่าครองชีพมาคำนวณด้วย เพราะเงินค่าครองชีพโจทก์ไม่ได้จ่ายให้เป็นการตอบแทนการทำงานในเวลาทำงานตามปกติของลูกจ้าง ต่อมาเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2524 โจทก์ได้รับคำสั่งอุทธรณ์ที่ 11/2524 จากจำเลยโดยจำเลยมีความเห็นเช่นเดียวกับเจ้าหน้าที่ของจำเลย และให้โจทก์จ่ายค่าทดแทนดังกล่าวให้แก่ลูกจ้างภายใน 30 วัน ขอให้พิพากษาเพิกถอนคำสั่งอุทธรณ์เงินทดแทนที่ 11/2524 ของจำเลย

จำเลยให้การว่า การคำนวณค่าทดแทนของจำเลยตามคำสั่งอุทธรณ์เงินทดแทนที่ 11/2524 ลงวันที่ 10 มีนาคม 2524 ชอบแล้ว เพราะถือว่าเงินค่าครองชีพเป็นส่วนหนึ่งของค่าจ้าง ขอให้ยกฟ้อง

ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า การที่จำเลยนำเงินค่าครองชีพมารวมกับเงินเดือนเพื่อคำนวณค่าทดแทนกรณีลูกจ้างประสบอันตรายนั้นชอบแล้ว พิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า รัฐวิสาหกิจทั้งหลายรวมทั้งโจทก์ได้จ่ายค่าครองชีพให้แก่พนักงานและลูกจ้างประจำของรัฐวิสาหกิจก็เนื่องจากพนักงานรัฐวิสาหกิจได้ยื่นข้อเรียกร้องขอขึ้นค่าครองชีพเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2522 ทั้งนี้โดยอ้างการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการครองชีพและการปรับปรุงอัตราค่าจ้างเงินเดือนของข้าราชการ นายกรัฐมนตรีได้มอบให้กระทรวงมหาดไทยพิจารณาข้อเรียกร้องดังกล่าวแล้วเสนอข้อสรุปผลการพิจารณาข้อเรียกร้องขอค่าครองชีพของพนักงานรัฐวิสาหกิจต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีประชุมปรึกษาเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2523 ลงมติอนุมัติตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ โดยให้มีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2523 โดยถือเป็นมาตรการชั่วคราวจนกว่าจะมีการปรับปรุงโครงสร้างค่าจ้างเงินเดือนพนักงานรัฐวิสาหกิจแล้วเสร็จและมีผลบังคับใช้ตามหนังสือของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ มท.0100/12668 ลงวันที่ 7 กรกฎาคม 2523 เรื่องผลการพิจารณาข้อเรียกร้องขอค่าครองชีพของพนักงานรัฐวิสาหกิจถึงนายกรัฐมนตรี และหนังสือของเลขาธิการคณะรัฐมนตรีที่ สร.0202/ว.112 ลงวันที่ 11 กรกฎาคม 2523 เรื่องผลการพิจารณาข้อเรียกร้องขอค่าครองชีพของพนักงานรัฐวิสาหกิจถึงปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี จะเห็นได้ว่าสาเหตุแห่งการเรียกร้องค่าครองชีพของพนักงานรัฐวิสาหกิจนั้น เพราะการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการครองชีพซึ่งอาจทำให้เงินเดือนหรือค่าจ้างไม่สมดุลกับค่าครองชีพ จนเป็นเหตุให้ข้าราชการได้รับการปรับปรุงอัตราค่าจ้างเงินเดือนแล้วพนักงานรัฐวิสาหกิจจึงเรียกร้องขอเพิ่มค่าใช้จ่ายในการครองชีพ หรือขอเพิ่มค่าจ้างนั่นเองซึ่งรัฐบาลโดยคณะรัฐมนตรีก็ได้อนุมัติดังกล่าวแล้วเพื่อให้พนักงานหรือลูกจ้างของรัฐวิสาหกิจมีรายได้เพิ่มขึ้น เงินรายได้ที่เพิ่มขึ้นนั้นจะเรียกชื่ออย่างไรก็ตาม เมื่อจ่ายให้เป็นประจำเดือน มีจำนวนแน่นอนไม่แตกต่างไปจากการจ่ายเงินเดือนหรือค่าจ้าง ถือได้ว่าเป็นการจ่ายเพื่อตอบแทนการทำงานเงินค่าครองชีพที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติจึงเป็นค่าจ้างตามความหมายของคำว่า ค่าจ้างตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 16 เมษายน 2515 ข้อ 2 และตามหนังสือทั้งสองฉบับดังกล่าวแสดงว่ารัฐบาลมีเจตนาจะปรับปรุงโครงสร้างค่าจ้างเงินเดือนของรัฐวิสาหกิจใหม่พนักงานและลูกจ้างประจำของรัฐวิสาหกิจได้ยื่นข้อเรียกร้องค้างการพิจารณาของรัฐบาลมาเป็นเวลานาน รัฐบาลจึงใช้วิธีเพิ่มรายได้หรือค่าจ้างหรือเงินเดือนโดยการจ่ายเงินจำนวนหนึ่งเรียกว่าเงินค่าครองชีพให้พนักงานและลูกจ้างประจำของรัฐวิสาหกิจไปพลางก่อน หรือการจ่ายค่าจ้างหรือเงินเดือนตามอัตรานี้ให้ใช้เพียงชั่วคราว ส่วนอัตราค่าจ้างเงินเดือนที่แท้จริงหรือถาวรนั้นต้องรอให้รัฐบาลปรับปรุงโครงสร้างค่าจ้างเงินเดือนพนักงานรัฐวิสาหกิจแล้วเสร็จและมีผลบังคับใช้ ตามที่ปรากฏในข้อ 7.3 ความว่า โดยถือเป็นมาตรการชั่วคราวจนกว่าจะมีการปรับปรุงโครงสร้างค่าจ้างเงินเดือนพนักงานรัฐวิสาหกิจแล้วเสร็จและมีผลบังคับใช้ตามข้อ 7.3 นั้นหาได้หมายความว่าเงินจำนวนนี้หรือเงินที่เรียกว่าค่าครองชีพนี้จะจ่ายเพียงชั่วคราวแล้วงดจ่ายหรืออาจเปลี่ยนแปลงได้ อันจะทำให้เห็นว่าเงินค่าครองชีพมิใช่ค่าจ้างแต่ประการใดไม่ เมื่อเงินค่าครองชีพที่โจทก์จ่ายให้แก่ลูกจ้างของโจทก์เป็นค่าจ้างจึงต้องนำมาคำนวณค่าทดแทนด้วย

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

sanook ข่าวสด มติชน spring

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th