ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83, 91, 276, 283, 320

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า สำหรับจำเลยที่ 1ข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 283, 320 เป็นฟ้องซ้ำ ให้ยกฟ้องคงมีมูลและประทับฟ้องเฉพาะข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276ส่วนจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 คดีมีมูลทุกข้อหาให้ประทับฟ้อง

จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ให้การปฏิเสธ

จำเลยที่ 4 หลบหนี ศาลชั้นต้นออกหมายจับและจำหน่ายคดีสำหรับจำเลยที่ 4 ชั่วคราว

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 283 วรรคแรกและวรรคสองจำคุกคนละ 7 ปี จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 276 วรรคสอง จำคุก 15 ปี จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 320 วรรคแรก จำคุก 2 ปี รวมจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 15 ปี จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 9 ปี จำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 7 ปี คำให้การชั้นพิจารณาของจำเลยทั้งสามเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้จำเลยทั้งสามหนึ่งในสาม คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 10 ปี จำคุกจำเลยที่ 2มีกำหนด 6 ปี จำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 4 ปี 8 เดือน

จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 และนายภาพได้พาโจทก์ทั้งสองไปยังอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา แล้วยังได้ข่มขืนใจโจทก์ทั้งสองให้เดินทางเข้าป่าข้ามพรมแดนไปประเทศมาเลเซียถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่งได้พบกับพวกของจำเลย พวกของจำเลยได้รับตัวโจทก์ทั้งสองไปค้าประเวณีที่ประเทศมาเลเซีย เป็นการพาโจทก์ทั้งสองออกไปนอกราชอาณาจักร จำเลยที่ 2 จึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 320 วรรคแรกด้วย แต่การกระทำของจำเลยที่ 2 เห็นได้ว่า ได้ร่วมกับจำเลยอื่นใช้อุบายหลอกลวงและพาโจทก์ทั้งสองไปเพื่อค้าประเวณี และได้พาโจทก์ทั้งสองไปค้าประเวณีที่ประเทศมาเลเซีย การกระทำของจำเลยที่ 2 มีเจตนาอย่างเดียวคือพาโจทก์ทั้งสองไปค้าประเวณี แต่เป็นการพาไปค้าประเวณีนอกราชอาณาจักร ถือได้ว่าเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดกฎหมายหลายบทจำเลยที่ 2 ต้องรับโทษตามกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด คือประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 283 วรรคแรกและวรรคสอง แม้จำเลยที่ 2 จะมิได้ฎีกาเรื่องนี้ แต่การปรับบทลงโทษเป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจปรับบทลงโทษให้ถูกต้องได้

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 283 วรรคแรกและวรรคสอง มาตรา 320 วรรคแรก มาตรา 83เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 283 วรรคแรกและวรรคสอง อันเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ให้จำคุก 7 ปีคำเบิกความของจำเลยที่ 2 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 4 ปี 8 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th