ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องและแก้ไขฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินรวม3 โฉนด พร้อมสิ่งปลูกสร้างอาคารไม่สองชั้นสามหลัง กับห้องไม้เล็ก ๆสองชั้นอยู่ติดกัน จำเลยอาศัยอยู่ในห้องไม้เล็ก ๆ ดังกล่าวก่อนแล้วโจทก์บอกให้จำเลยทราบว่าหากโจทก์ต้องการใช้ที่ดินและห้องที่ให้จำเลยอาศัยก็ให้จำเลยออกไป ต่อมาโจทก์ตกลงขายที่ดินและสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดให้นางวรรณีจึงบอกกล่าวให้จำเลยออกไป จำเลยเพิกเฉยเป็นการละเมิดโจทก์ ทำให้ได้รับความเสียหายไม่ได้รับเงินค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างและต้องเสียค่าเสียหายให้นางวรรณีอีก ขอให้บังคับจำเลยและบริวารขนย้ายออกไปจากที่ดินและห้องพิพาท กับใช้ค่าเสียหายให้โจทก์

จำเลยให้การว่า จำเลยมิได้อาศัยอยู่ในห้องไม้สองชั้นตามฟ้องแต่จำเลยเช่าตึกแถวเลขที่ 188 จากนางใหม่ ต่อมานางใหม่ขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างให้แก่นางสาวกนกรัตน์โดยนางสาวกนกรัตน์ รับโอนสิทธิการเช่าดังกล่าวมาด้วยโจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหาย ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยอาศัยอยู่ในห้องแถวไม้สองชั้นในที่ดินของโจทก์ แต่ที่ดินที่โจทก์ตกลงขายให้นางวรรณีเป็นคนละแปลงกับที่โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลย จำเลยไม่ต้องรับผิดเรื่องค่าเสียหาย พิพากษาขับไล่จำเลย

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาว่าศาลชั้นต้นไม่วินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นในปัญหาข้อกฎหมายเรื่องฟ้องโจทก์เคลือบคลุมตามคำขอของจำเลยชอบหรือไม่ เห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 24มิใช่บทบังคับให้ศาลต้องทำการวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นในปัญหาข้อกฎหมายตามคำขอของคู่ความทุกเรื่อง ถ้าศาลเห็นว่าการวินิจฉัยชี้ขาดดังกล่าวไม่เป็นคุณแก่คู่ความฝ่ายที่ขอหรือคดีจำเป็นต้องดำเนินการพิจารณาต่อไป ก็อาจมีคำสั่งให้รอไว้วินิจฉัยในคำพิพากษาได้

ฟ้องเดิมโจทก์บรรยายว่า "เป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์โดยซื้อมาจากนายกัญจน ตั่งทัตสวัสดิ์ เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2520 และจดทะเบียนโอนมาเป็นของโจทก์ เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2520 ตามสำเนาภาพถ่ายเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 8" ปรากฏว่าสำเนาภาพถ่ายเอกสารดังกล่าวเป็นสัญญาซื้อขายที่มีการจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานที่ดินเมื่อวันที่ 2มิถุนายน 2520 ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องก่อนวันชี้สองสถานขอแก้ไขเป็นว่าได้ซื้อและจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินรวมทั้งสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2520 ให้ถูกต้องตรงกับความจริง ดังนี้เป็นเรื่องของการขอแก้ไขความผิดพลาดเล็กน้อยอันเป็นรายละเอียดแห่งคำฟ้องมิใช่ในสารสำคัญ ศาลมีอำนาจอนุญาตให้แก้ไขได้ไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 180

โจทก์สืบพยานฝ่ายตนเสร็จในวันที่ 14 เมษายน 2523 วันรุ่งขึ้นโจทก์ยื่นคำแถลงขอให้ศาลออกไปเผชิญสืบสภาพที่พิพาทตามที่โจทก์ระบุอ้างไว้ในบัญชีระบุพยานภายหลังการสืบพยานจำเลย ศาลชั้นต้นพิจารณาคำขอของโจทก์ประกอบคำคัดค้านของจำเลยแล้วสั่งอนุญาตให้มีการเผชิญสืบตามคำขอของโจทก์ คำสั่งเช่นว่านี้เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาจำเลยมิได้โต้แย้งคัดค้านไว้ จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226(2) ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

ข้อที่จำเลยไม่ได้ให้การต่อสู้ไว้ในคำให้การ เป็นเรื่องนอกประเด็นและเป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th