ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
10,000+
ทนายความตัวจริง
500+


โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288, 295, 83
จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ
ระหว่างสืบพยาน นางเพิ่มเข้าเป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการ
ศาลชั้นต้นฟังว่าจำเลยทั้งสามร่วมกันทำร้ายผู้ตายและผู้เสียหาย ไม่ใช่การป้องกันตัว แต่ไม่พอฟังว่าจำเลยทั้งสามมีเจตนาฆ่าผู้ตาย พิพากษาว่าจำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 290 กระทงหนึ่งและผิดตามมาตรา 295 อีก 2 กระทง รวม 3 กระทง
โจทก์ร่วมและจำเลยทั้งสามอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ฟังว่าทั้งสองฝ่ายต่างสมัครใจเข้าวิวาททำร้ายร่างกายซึ่งกันและกัน ฝ่ายจำเลยมีเจตนาทำร้ายผู้ตายกับพวกอีกฝ่ายหนึ่ง จะกระทำต่อคนหนึ่งคนใดหรือกระทำต่อทุกคนไม่จำกัดบุคคล ถือว่าเป็นเจตนาเดียวเป็นการกระทำกรรมเดียว เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 290, 295 ลงโทษตามมาตรา 290 ซึ่งเป็นบทหนัก
จำเลยที่ 1 ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า คงมีปัญหามาสู่ศาลฎีกาเฉพาะจำเลยที่ 1 คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นแต่เพียงว่าการกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ใช้กฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดลงแก่ผู้กระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 เป็นการแก้ไขเล็กน้อยและยังคงลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ไม่เกิน 5 ปีจำเลยที่ 1 ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ได้
พิพากษายกฎีกาจำเลยที่ 1
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา








