ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288และให้ริบอาวุธปืนกับปลอกกระสุนปืนของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 จำคุกมีกำหนด 15 ปี และริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288, 72 จำคุกมีกำหนด 3 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยยื่นคำแก้ฎีกาว่าศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ไขคำพิพากษาศาลชั้นต้นเพียงเล็กน้อยและให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกินห้าปีโจทก์จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง นั้น เห็นว่า ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ให้จำคุกมีกำหนด15 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288, 72 จำคุกมีกำหนด 3 ปี เป็นการแก้ทั้งบทกฎหมายและกำหนดโทษที่ลงโทษจำเลย เป็นการแก้ไขมาก คู่ความไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 โจทก์จึงฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ ส่วนปัญหาว่าจำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายถึงแก่ความตายโดยบันดาลโทสะ หรือไม่นั้น เห็นว่า จำเลยกับผู้ตายเป็นสามีภรรยากันมาประมาณ 7 ปี มีบุตรด้วยกัน 3 คน และมีปากเสียงทะเลาะกันเสมอ ๆ ในวันเกิดเหตุก่อนจำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้ตาย จำเลยกับผู้ตายก็มีปากเสียงทะเลาะกันอีกเช่นเคยการที่ผู้ตายบ่นว่าจำเลยกล่าวหาว่าจำเลยพาชายชู้มานอนที่เตียงนอนและไล่จำเลยออกจากบ้าน ทั้งขู่ว่าหากจำเลยไม่ไปจากบ้านจะฆ่าจำเลยนั้น ก็เป็นเรื่องสามีภริยาเป็นปากเสียงทะเลาะกันตามปกติที่เคยเป็นมาจะถือว่าจำเลยถูกกดขี่ข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมหาได้ไม่ การที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายถึงแก่ความตายจึงมิใช่เหตุเพราะบันดาลโทสะ หากแต่เป็นเพราะเหตุจำเลยโกรธเคืองผู้ตายที่ผู้ตายด่าว่าจำเลย พิพากษาแก้เป็นว่าให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา ADMIN

