ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า ในคืนเกิดเหตุจำเลยได้ลักเอารถยนต์ 1 คันราคา 100,000 บาท ของห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลธำรงค์กิจไปโดยทุจริต ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335(1) วรรคสอง ลงโทษจำคุก 4 ปี

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าจำเลยเป็นผู้ขับรถยนต์ดังกล่าวไปตามที่โจทก์นำสืบปัญหาต่อไปว่าจำเลยมีเจตนาลักรถยนต์คันดังกล่าวหรือไม่โจทก์มีนายสุวัจเบิกความว่า คืนเกิดเหตุขณะอยู่ที่สถานีตำรวจจำเลยมีอาการเมาสุรามาก พูดจาอ้อแอ้ฟังไม่รู้เรื่องและได้กลิ่นสุราจากตัวจำเลย ร้อยตำรวจเอกพรชัยผู้จับกุมจำเลยเบิกความว่าขณะจับกุมเห็นจำเลยมีอาการมึนเมาสุราจึงพาจำเลยส่งโรงพยาบาลและร้อยตำรวจตรีวันชัยพนักงานสอบสวนเบิกความว่า คืนเกิดเหตุเห็นจำเลยมีอาการเมาสุรามาก จึงฟังได้ว่าขณะเกิดเหตุจำเลยมีอาการมึนเมาสุรามาก นอกจากนี้ร้อยตำรวจตรีวันชัยพนักงานสอบสวนเบิกความว่า ชั้นสอบสวนจำเลยได้ให้การไว้ ตามบันทึกคำให้การของผู้ต้องหาในคืนเกิดเหตุจำเลยเดินกลับบ้านซึ่งอยู่ในซอยลาดพร้าว 23พบรถยนต์คันดังกล่าวจอดอยู่ จำเลยเข้าใจว่าเป็นรถยนต์ของจำเลยจึงเปิดประตูรถเข้าไปและเห็นกุญแจจึงขับออกไป ต่อมามีคนวิ่งตามมาจำเลยรู้สึกขึ้นมาว่าไม่ใช่รถของจำเลยและได้หยุดรถเพื่อขอโทษเจ้าของรถแต่ได้ถูกทำร้ายเสียก่อน ประกอบกับได้ความจากนายสมชายพยานโจทก์ว่า ขณะที่จำเลยขับรถไป จำเลยขับไปช้า ๆ เมื่อถูกไล่ตามก็มิได้เร่งความเร็ว แต่ได้ขับไปจอดที่บริเวณหน้าปั๊มน้ำมันจนถูกจับได้ อันเป็นการผิดวิสัยของคนร้ายโดยทั่วไป ส่วนจำเลยเบิกความว่า คืนเกิดเหตุจำเลยกับพวกไปเลี้ยงฉลองความสำเร็จที่ร้านอาหารตั้งแต่เวลาเย็นจนถึงเวลาประมาณ 22 นาฬิกา จำเลยดื่มสุรามากเป็นพิเศษโดยไม่ได้รับประทานอาหาร นายชูศักดิ์ พยานจำเลยเบิกความว่า คืนเกิดเหตุจำเลยกับพยานและพวกรวม 5 คนได้ไปรับประทานอาหารและดื่มสุรากันที่ร้านอาหารเมื่อออกจากร้านจึงได้พาจำเลยไปส่งที่ซอยลาดพร้าว 23 จำเลยมีอาการมึนเมาสุรามาก เมื่อพิจารณาถึงข้อเท็จจริงที่ได้ความประกอบพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว น่าเชื่อว่าขณะเกิดเหตุจำเลยได้ขับรถยนต์คันดังกล่าวตามฟ้องไปโดยสำคัญผิดว่ารถคันนั้นเป็นของจำเลย เนื่องจากจำเลยเมาสุรามาก ข้อเท็จจริงยังรับฟังไม่ได้ว่า จำเลยมีเจตนาลักรถยนต์ตามฟ้อง การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th