ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
แชทกับทนายส่วนตัว
การันตีได้รับคำตอบทันทีจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

10,000+

ทนายความตัวจริง

500+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Legardy App
เนื้อหาฉบับเต็ม

คดีนี้เดิมศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกันกับคดีหมายเลขดำที่ ช.3687/2529 หมายเลขแดงที่ ช.5347/2531 คดีหมายเลขดำที่ช.3688/2529 หมายเลขแดงที่ ช.5348/2531 และคดีหมายเลขดำที่ช.3794/2529 หมายเลขแดงที่ ช.5349/2531 ของศาลชั้นต้น แต่คดีทั้งสามสำนวนดังกล่าวยุติไปแล้วตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คงมีปัญหามาสู่ศาลฎีกาเฉพาะคดีนี้

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง

จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 จำคุกคนละ 3 เดือน โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี

โจทก์และจำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์คดีนี้ด้วยนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริง ที่ศาลล่างทั้งสองรับฟังมาโดยคู่ความไม่โต้แย้งเป็นที่ยุติว่า จำเลยที่ 1 ได้กู้เงินโจทก์หลายครั้งตั้งแต่ปี 2517 โดยออกเช็คลงวันที่ล่วงหน้าให้ไว้ในปี 2524 โจทก์นำเช็คบางฉบับที่เรียกเก็บเงินไม่ได้ไปแจ้งความดำเนินคดี ต่อมาวันที่ 9 กรกฎาคม 2527 คู่ความตกลงประนีประนอมยอมความกันโดยจำเลยที่ 1 ทำหนังสือรับสภาพหนี้ไว้กับโจทก์ในจำนวนเงิน 1,500,000 บาท ได้ชำระให้โจทก์ในวันนั้นจำนวน 200,000บาท เป็นเช็คธนาคารสหธนาคาร จำกัด สาขาลาดพร้าว ลงวันที่17 กรกฎาคม 2527 ส่วนที่เหลือจำเลยทั้งสองออกเช็คลงวันที่ล่วงหน้ารวม 36 ฉบับ ฉบับละ 44,236 บาท และอีกฉบับหนึ่งจำนวน 58,500 บาทคือเช็คพิพาท เป็นค่าใช้จ่าย ค่าเสียหาย ค่าทนายความในการทวงถามตามเช็ค เมื่อเช็คพิพาทถึงกำหนดชำระ โจทก์นำไปเรียกเก็บเงินแต่ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินโดยให้เหตุผลว่า "โปรดติดต่อผู้สั่งจ่าย" ตามใบคืนเช็ค จ.13 หนี้ตามหนังสือรับสภาพหนี้เกิดจากหนี้เงินกู้ต้นเงินเพียง 460,459 บาท นอกนั้นเป็นดอกเบี้ยที่โจทก์คิดเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้ คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ในชั้นนี้เพียงว่า การที่จำเลยทั้งสองออกเช็คพิพาทให้โจทก์ดังกล่าว จำเลยทั้งสองจะมีความผิดตามฟ้องหรือไม่ พิเคราะห์แล้วเห็นว่า เช็คพิพาทเป็นเช็คที่จำเลยทั้งสองออกให้โจทก์พร้อมกับเช็คฉบับอื่นอีก 37 ฉบับ ในการตกลงประนีประนอมยอมความกันตามหนังสือรับสภาพหนี้ อันมีมูลหนี้ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายรวมอยู่ด้วยดังนี้ แม้เช็คพิพาท 9 จะออกให้เพื่อชำระค่าใช้จ่าย ค่าเสียหายค่าทนายความแก่โจทก์ แต่ก็เป็นเช็คที่สั่งจ่ายเพื่อชำระหนี้ที่เกี่ยวเนื่องกับหนี้ตามหนังสือรับสภาพหนี้ดังกล่าว หาใช่เป็นเช็คคนละส่วนคนละตอนกับมูลหนี้ตามเช็คทั้ง 37 ฉบับ ดังที่โจทก์ฎีกาไม่เมื่อหนี้ตามหนังสือรับสภาพหนี้มีมูลหนี้ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายรวมอยู่ด้วย หนี้ตามเช็คพิพาท ซึ่งเป็นหนี้เกี่ยวเนื่องกันย่อมไม่ชอบด้วยกฎหมายไปด้วย กรณีจึงถือไม่ได้ว่าโจทก์เป็นผู้เสียหายในความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

sanook ข่าวสด มติชน spring

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th