ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการประเมินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของเจ้าพนักงานประเมิน และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์

จำเลยทั้งสี่ให้การว่า การประเมินของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ชอบด้วยกฎหมายแล้วขอให้ยกฟ้อง

ศาลภาษีอากรกลางมีคำสั่งไม่อนุญาตให้โจทก์ยื่นบัญชีระบุพยานและงดสืบพยานโจทก์ แล้วพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า คำสั่งของศาลภาษีอากรกลางที่ไม่อนุญาตให้โจทก์ระบุพยานนั้นชอบหรือไม่และการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

ในปัญหาแรกนั้น ศาลภาษีอากรกลางกำหนดวันชี้สองสถานวันที่14 ธันวาคม 2532 ทนายโจทก์ทราบวันนัดชี้สองสถานโดยเป็นผู้รับหมายไว้เองเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2532 ตามรายงานเจ้าหน้าที่ลงวันที่ 13 พฤศจิกายน 2532 โจทก์ยื่นคำร้องลงวันที่ 12 ธันวาคม2532 พร้อมกับบัญชีระบุพยานขออนุญาตยื่นบัญชีระบุพยานศาลภาษีอากรกลางมีคำสั่งว่า กรณีตามคำร้องของโจทก์ไม่ใช่เหตุอันสมควรตามข้อกำหนดคดีภาษีอากร ข้อ 8 จึงไม่อนุญาต ยกคำร้องเห็นว่า ทนายโจทก์เป็นผู้รับหมายแจ้งวันนัดชี้สองสถานด้วยตนเองและได้ทราบล่วงหน้าถึงกำหนดวันนัดชี้สองสถานเป็นเวลาถึงหนึ่งเดือนเศษ แต่โจทก์มิได้ยื่นบัญชีระบุพยานต่อศาลก่อนวันชี้สองสถานไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน ตามที่กำหนดไว้ในข้อกำหนดคดีภาษีอากร ข้อ 8 วรรคแรก โจทก์มายื่นคำร้องขออนุญาตยื่นบัญชีระบุพยานเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2532 โดยอ้างเหตุในคำร้องว่า จำวันที่ที่ศาลนัดชี้สองสถานคลาดเคลื่อนไปและเพิ่งค้นพบเอกสารต่าง ๆที่จะระบุพยาน ข้ออ้างอย่างนี้เป็นที่เห็นได้ว่า มิได้มีเหตุอันสมควรที่ไม่สามารถยื่นบัญชีระบุพยานตามกำหนดเวลาดังกล่าวได้ข้อกำหนดคดีภาษีอากรข้อ 8 ดังกล่าว มีความมุ่งหมายจะให้การดำเนินคดีภาษีอากรเป็นไปอย่างรวดเร็วและครบถ้วนตามหลักฐานที่จะใช้ในคดีข้ออ้างว่าจำวันนัดผิดนั้นเป็นข้ออ้างที่ไม่อาจยกขึ้นเป็นข้อแก้ตัวได้ เพราะข้ออ้างอย่างนี้เป็นข้อที่ใคร ๆ ก็อ้างขึ้นมาได้ จึงมิใช่ข้ออ้างอันสมควรแก่เรื่องตามข้อกำหนดคดีภาษีอากรดังกล่าวส่วนที่อ้างว่าเพิ่งค้นพบเอกสารต่าง ๆ ที่จะขอระบุพยานนั้น เมื่อได้พิจารณาถึงพยานที่โจทก์ขอระบุมาในบัญชีระบุพยานพร้อมกับคำร้องนั้น ลักษณะของพยานเอกสารที่อ้างก็เป็นที่เห็นได้ว่าโจทก์รู้อยู่แล้วว่ามีพยานเอกสารนั้น ๆ อยู่ ข้ออ้างของโจทก์ส่วนนี้จึงเป็นข้ออ้างที่ไม่ตรงต่อความเป็นจริง กรณีจึงไม่มีเหตุอันสมควรอย่างใดที่จะอนุญาตให้โจทก์ยื่นบัญชีระบุพยานได้ตามที่กำหนดไว้ในข้อกำหนดคดีภาษีอากร ข้อ 8 วรรคสี่ คำสั่งของศาลภาษีอากรกลางชอบแล้ว

ในปัญหาข้อสองนั้น เมื่อโจทก์เป็นผู้กล่าวอ้างว่าการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ไม่ชอบ จำเลยให้การปฏิเสธ หน้าที่นำสืบย่อมตกอยู่แก่โจทก์เมื่อโจทก์ไม่ยื่นบัญชีระบุพยานภายในกำหนดเวลาตามข้อกำหนดคดีภาษีอากร ข้อ 8 ดังที่ได้วินิจฉัยมาแล้ว พยานหลักฐานของโจทก์ที่จะนำสืบย่อมต้องห้ามมิให้รับฟังตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 87 ประกอบด้วยพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากรพ.ศ. 2528 มาตรา 17 ถือได้ว่าโจทก์ไม่อาจสืบพยานหลักฐานได้สมดังคำฟ้อง ศาลภาษีอากรกลางสั่งงดสืบพยานและพิพากษายกฟ้องโจทก์ชอบแล้ว

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th