ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้จำเลยเป็นบุคคลล้มละลาย ต่อมาวันที่ 9 ธันวาคม 2530 ผู้ร้องแถลงต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ว่า ลูกหนี้เคยมีชื่อถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดเลขที่39252 แขวงลาดยาว เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างลูกหนี้ได้โอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างให้แก่นายวิฑิต วงษ์โกวิทเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2524 ขอให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ดำเนินการเพิกถอนการโอนตามมาตรา 113 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลายพ.ศ. 2483 เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำสั่งไม่เพิกถอนการโอนดังกล่าว ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า คำวินิจฉัยของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทำให้ผู้ร้องได้รับความเสียหาย ขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์

เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยื่นคำคัดค้านว่า ราคาที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่ผู้รับโอนซื้อจากลูกหนี้เป็นราคาพอสมควร และหลังจากซื้อแล้วได้ใช้เป็นที่อยู่อาศัยตลอดมา พฤติการณ์น่าเชื่อว่าผู้รับโอนสุจริต ผู้ร้องทราบข้อเท็จจริงอันเป็นเหตุให้เพิกถอนเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2528 แต่ผู้ร้องแถลงให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทราบเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2529 โดยมิได้ส่งหลักฐานเกี่ยวกับที่ดินและหนังสือสัญญาซื้อขายที่ดิน เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จึงไม่อาจดำเนินการร้องขอให้เพิกถอนการโอนภายในกำหนดเวลา 1 ปีขอให้ยกคำร้อง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องของผู้ร้อง

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ผู้ร้องได้แจ้งให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ร้องขอต่อศาลให้เพิกถอนการฉ้อฉลของลูกหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 113 จึงต้องอยู่ ในบังคับของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 240 ซึ่งห้ามมิให้ฟ้องร้องเมื่อพ้นปีหนึ่งนับแต่วันเวลาที่เจ้าหนี้ได้รู้ต้นเหตุอันเป็นมูลให้เพิกถอนดังกล่าว ได้ความว่าผู้ร้องโดยอธิบดีกรมสรรพากรทราบเหตุที่ลูกหนี้ทำนิติกรรมซึ่งเป็นเหตุให้ผู้ร้องเสียเปรียบอันเป็นมูลให้เพิกถอนการฉ้อฉล เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2528 และผู้ร้องได้แจ้งให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ดำเนินการเพิกถอนการฉ้อฉลเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2529 เห็นว่าการแจ้งให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ดำเนินการให้โดยเหลือเวลาอีกเพียง 15 วัน ก็จะครบกำหนดอายุความ1 ปี นับแต่เวลาที่ผู้ร้องรู้ต้นเหตุอันเป็นมูลให้เพิกถอนดังกล่าวย่อมทำให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่มีโอกาสและเวลาเพียงพอที่จะสอบสวนข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินการได้ โดยเฉพาะผู้ร้องก็มิได้ส่งหลักฐานเกี่ยวกับที่ดินหรือหนังสือสัญญาซื้อขายต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ด้วย กว่าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะเรียกผู้รับโอนมาสอบสวนก็ล่วงพ้นอายุความแล้ว กรณีจึงไม่อาจจะร้องขอให้เพิกถอนการฉ้อฉลได้ คำวินิจฉัยของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ที่ว่าการเพิกถอนการฉ้อฉลรายนี้ขาดอายุความจึงชอบแล้ว ทั้งการที่ผู้ร้องได้ฟ้องคดีล้มละลายและแจ้งให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ดำเนินการเพิกถอนการฉ้อฉลตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 113ดังกล่าวก็มิใช่การฟ้องคดีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 175อันจะเป็นเหตุให้อายุความสะดุดหยุดอยู่ได้ ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน.

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th