ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
แชทกับทนายส่วนตัว
การันตีได้รับคำตอบทันทีจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

10,000+

ทนายความตัวจริง

500+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Legardy App
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกู้เงินโจทก์โดยมอบเช็คซึ่งจำเลยเป็นผู้สั่งจ่ายแก่โจทก์ไว้เพื่อเป็นการชำระหนี้ เมื่อเช็คถึงกำหนดโจทก์ได้เรียกเก็บเงินตามเช็ค ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน โจทก์จึงนำเช็คไปร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีแก่จำเลย ระหว่างพนักงานอัยการพิจารณาสำนวนการสอบสวนที่พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนเสร็จแล้วจำเลยได้ขอร้องโจทก์ให้ถอนคำร้องทุกข์ โดยจำเลยสัญญาว่าจะชำระหนี้เงินกู้ตามเช็คพร้อมทั้งดอกเบี้ยแก่โจทก์ โจทก์จำเลยได้ไปพบพนักงานสอบสวนแจ้งความประสงค์ให้พนักงานสอบสวนลงรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีไว้นับตั้งแต่โจทก์ถอนคำร้องทุกข์แล้ว จำเลยก็มิได้ชำระหนี้แก่โจทก์ ขอให้ศาลบังคับจำเลยชำระเงิน

จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่มีหลักฐานการกู้ยืมมาแสดง จึงไม่มีอำนาจฟ้อง และต่อสู้ข้ออื่นอีก

ในวันชี้สองสถาน ศาลชั้นต้นสั่งว่า ได้ตรวจคำฟ้อง คำให้การแล้วคดีพอวินิจฉัยได้แล้ว ให้งดสืบพยานแล้วพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามคำบรรยายฟ้องและเอกสารท้ายฟ้องโจทก์ได้ความว่า มูลเหตุที่จะมีข้อตกลงระหว่าง โจทก์จำเลยนั้น เนื่องจากจำเลยยืมเงินโจทก์ 50,000 บาท แล้วออกเช็คลงวันที่ล่วงหน้ามอบให้แก่โจทก์ไว้เมื่อเช็คถึงกำหนดโดยนำเช็คไปขึ้นเงิน ธนาคารปฏิเสธ การจ่ายเงิน โจทก์จึงไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน พนักงานสอบสวนสอบสวนแล้ว ส่งสำนวนให้พนักงานอัยการฟ้องจำเลยต่อศาล ในระหว่างที่อัยการตรวจสำนวนอยู่นั้น จำเลยมาขอร้องให้โจทก์ถอนคำร้องทุกข์ แล้วจำเลยจะชำระเงินตามเช็คพร้อมดอกเบี้ยให้โจทก์โดยผ่อนชำระเดือนละ 2,000 บาทจนกว่าจะหมด โจทก์จึงไปแจ้งข้อตกลงดังกล่าวต่อพนักงานสอบสวนและขอถอนคำร้องทุกข์ พนักงานสอบสวนได้ลงรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีไว้ ต่อมาจำเลยหาได้ชำระเงินให้แก่โจทก์ตามข้อตกลงไม่ โจทก์จึงฟ้องคดีนี้ ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อตกลงระหว่างโจทก์จำเลยเช่นนี้เป็นกรณีที่คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายต้องการระงับข้อพิพาทที่มีอยู่ให้เสร็จไปด้วย ต่างยอมผ่อนผันให้แก่กัน โดยจำเลยยอมชำระเงินตามเช็คพร้อมดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ โดยวิธีผ่อนชำระเดือนละ2,000 บาท โจทก์ยอมตกลงตามนั้นและยอมถอนคำร้องทุกข์ ข้อตกลงเช่นนี้จึงเข้าลักษณะเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ ตามมาตรา 850แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งจะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิดหรือตัวแทนของฝ่ายนั้นเป็นสำคัญจึงจะฟ้องร้องบังคับคดีกันได้ ฉะนั้นเมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าโจทก์จำเลยมิได้ทำหลักฐานเป็นหนังสือกันไว้และเอกสารขอถอนคำร้องทุกข์ก็เป็นแต่เพียงหลักฐานขอถอนคำร้องทุกข์ ซึ่งโจทก์ลงชื่อฝ่ายเดียว ดังนี้โจทก์จึงฟ้องร้องจำเลยตามข้อตกลงดังกล่าวไม่ได้

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

sanook ข่าวสด มติชน spring

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th