ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
10,000+
ทนายความตัวจริง
500+


โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยรื้อโรงเรือนออกไปจากที่ดินของโจทก์ ห้ามจำเลยและบริวารเกี่ยวข้อง ฯลฯ
จำเลยให้การต่อสู้คดี
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำเลยนำสืบก่อน จำเลยนำพยานเข้าสืบ 3 ปาก แล้วแถลงหมดพยาน ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้ จึงให้งดสืบพยานโจทก์และนัดฟังคำพิพากษาวันรุ่งขึ้น
ศาลชั้นต้นพิพากษาขับไล่จำเลยและบริวารให้รื้อถอนโรงเรือนออกไปจากที่ดินพิพาทห้ามเกี่ยวข้องต่อไป
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาว่าศาลชั้นต้นงดสืบพยานโจทก์ทำให้จำเลยเสียเปรียบในการต่อสู้คดี เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่น่าจะบกพร่อง นั้นเห็นว่า คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้งดสืบพยานโจทก์และนัดฟังคำพิพากษาในวันรุ่งขึ้นนั้น เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา ทนายจำเลยลงลายมือชื่อในรายงานกระบวนพิจารณารับทราบคำสั่งแล้ว แต่ไม่ได้โต้แย้งคำสั่งนั้นไว้ ในวันรุ่งขึ้นจำเลยมีโอกาสที่จะโต้แย้งคำสั่งของศาลได้ก่อนฟังคำพิพากษา แต่จำเลยก็ไม่ได้โต้แย้งคำสั่งไว้ จำเลยจึงไม่มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226(2) ที่ศาลอุทธรณ์รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยนั้น เป็นการมิชอบ ถือว่าเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้
ที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยเช่าที่พิพาทจากโจทก์ แม้จะมิได้ทำหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้รับผิดชอบ แต่เป็นที่ดินเพื่อเกษตรกรรมได้รับการคุ้มครอง นั้นเห็นว่า ตามคำฟ้องอุทธรณ์ของจำเลยมิได้ยกข้อเท็จจริงขึ้นโต้เถียงว่า จำเลยเช่าที่พิพาทจากโจทก์ ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าคดีไม่อาจที่จะรับฟังได้ว่า จำเลยเช่าที่พิพาทจากโจทก์ จึงเป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นที่โต้เถียงกันในชั้นอุทธรณ์จึงถือได้ว่าเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลอุทธรณ์เช่นเดียวกัน ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้
พิพากษายกฎีกาของจำเลย
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา









