ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
แชทกับทนายส่วนตัว
การันตีได้รับคำตอบทันทีจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

10,000+

ทนายความตัวจริง

500+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Legardy App
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อปี พ.ศ. 2525 ถึงวันที่ 25 กันยายน 2527 เวลากลางวันและกลางคืนติดต่อกันอันเป็นเวลาภายหลังที่ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 96ลงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2515 ใช้บังคับ จำเลยซึ่งมิได้มีสิทธิครอบครองและมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ได้เข้าไปยึดถือครอบครองปลูกสร้างอาคารร้านค้าในที่ดินสาธารณประโยชน์ อันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ประชาชนใช้ร่วมกันขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9, 108 ทวิ ให้จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดิน จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9, 108 ทวิ จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงลงโทษจำคุก 3 เดือน และปรับ 5,000 บา รอการลงโทษมีกำหนด 1 ปี กับให้จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดิน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยฎีกาปัญหาข้อแรกว่าประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 96ลงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2515 ข้อ 11 ขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2521มาตรา 42 ซึ่งบัญญัติว่า "บุคคลย่อมมีสิทธิเสนอเรื่องราวร้องทุกข์ ภายในเงื่อนไขและวิธีการที่กฎหมายบัญญัติ" จึงตกเป็นโมฆะ เห็นว่าประกาศของคณะปฏิวัติดังกล่าวมิได้ปฏิบัติเกี่ยวกับสิทธิของบุคคลที่จะเสนอเรื่องราวร้องทุกข์แต่อย่างใด จึงไม่มีทางที่จะขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยดังที่จำเลยฎีกาได้ จำเลยฎีกาข้อต่อไปว่าโจทก์มิได้ระบุเวลา วันที่และเดือนที่จำเลยกระทำความผิดจึงเป็นฟ้องเคลือบคลุมเห็นว่าโจทก์บรรยายฟ้องไว้แล้วว่า เหตุเกิดเวลากลางวันและกลางคืนติดต่อกันส่วนที่ว่ามิได้ระบุวันที่และเดือนไว้นั้น ฟ้องโจทก์มีรายละเอียดไว้แล้วว่าเหตุเกิดเมื่อปี พ.ศ. 2525 ถึงวันที่ 25 กันยายน 2527 ถือได้ว่าพอสมควรเท่าที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีแล้ว จำเลยจึงให้การับสารภาพ ฟ้องโจทก์หาเคลือบคลุมไม่จำเลยฎีกาข้อสุดท้ายว่าโจทก์ไม่มีสิทธิดำเนินคดี เพราะจำเลยยังใช้สิทธิร้องทุกข์โดยกราบบังคมทูลอยู่ พนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการจะมีอำนาจสอบสวนและฟ้องต่อเมื่อการกราบถวายบังคมทูลมีผลแล้วเท่านั้น เห็นว่าไม่มีบทกฎหมายใดที่บัญญัติว่าพนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการโจทก์ไม่มีอำนาจสอบสวนและฟ้องคดีด้วยเหตุคดีด้วยเหตุที่จำเลยฎีกาดังกล่าวอีกทั้งจำเลยก็ได้ให้การรับสารภาพตามฟ้อง ซึ่งรวมตลอดถึงว่าคดีมีการสอบสวนโดยชอบแล้วโจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องคดีนี้ พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา ADMIN

sanook ข่าวสด มติชน spring

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th