ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายเงินบำเหน็จเมื่อออกจากงานตามระเบียบเกี่ยวกับเงินบำเหน็จจำนวน 161,000 บาท
จำเลยให้การว่า จำเลยได้ส่งเงินบำเหน็จของโจทก์ไปให้แก่ศาลแพ่งตามหมายอายัดชั่วคราวของศาลแพ่งแล้ว จำเลยไม่มีหน้าที่ต้องจ่ายเงินบำเหน็จให้แก่โจทก์อีกขอให้ยกฟ้อง
ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า โจทก์อุทธรณ์ว่า ขณะที่คดีนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลแรงงานกลาง จำเลยได้รับหมายอายัดชั่วคราวของศาลแพ่ง จำเลยส่งเงินให้ศาลแพ่งตามหมายอายัดโดยไม่คัดค้าน ทั้ง ๆ ที่ท้ายหมายอายัดดังกล่าวระบุข้อความว่าถ้ามีเหตุคัดค้านประการใด ให้ยื่นคำคัดค้านภายในกำหนดดังกล่าวมานั้น จำเลยสามารถคัดค้านว่าได้ถูกโจทก์ฟ้องต่อศาลแรงงานกลางแล้วหรือนำเงินมาวางศาลแรงงานกลางได้ แต่จำเลยรีบนำเงินไปวางต่อศาลแพ่ง จึงเป็นการกระทำโดยไม่สุจริตและไม่ถือว่าเป็นการชำระหนี้ตามกฎหมายพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยเป็นลูกหนี้ของโจทก์ที่จะต้องชำระเงินบำเหน็จให้แก่โจทก์จำนวน161,000 บาท เจ้าหนี้ของโจทก์จึงมีสิทธิอายัดสิทธิเรียกร้องของโจทก์ที่มีต่อจำเลยได้ ไม่ว่าโจทก์ได้ฟ้องจำเลยต่อศาลแรงงานกลางแล้วหรือไม่ เมื่อจำเลยได้รับหมายอายัดชั่วคราวจากศาลแพ่งจำเลยก็มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามหมายอายัดของศาลแพ่ง ส่วนข้อความในหมายอายัดที่ว่า ถ้ามีเหตุคัดค้านประการใดให้ยื่นคำคัดค้านภายในกำหนดเวลานั้น หมายความว่าหากจำเลยมีเหตุคัดค้านหมายอายัดในเหตุส่วนตัวของจำเลยเช่น จำเลยไม่ได้เป็นหนี้โจทก์ตามที่ถูกอายัดจำเลยก็อาจจะคัดค้านภายในกำหนดเวลานั้นได้ แต่ปรากฏว่าจำเลยเป็นหนี้โจทก์จริงจึงไม่มีเหตุที่จำเลยจะคัดค้านประการใด แม้จำเลยถูกโจทก์ฟ้องคดีนี้ต่อศาลแรงงานกลาง จำเลยก็ไม่มีหน้าที่ต้องคัดค้านการอายัดหรือนำเงินบำเหน็จมาวางต่อศาลแรงงานกลาง
พิพากษายืน
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

