ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทย์ฟ้องเปน ๒ ตอน ๆ ที่ ๑ หาว่าจำเลยทั้ง ๒ กล่าวคำหมิ่นประมาทโจทย์แลตอนที่ ๒ หาว่าจำเลยที่ ๑ กล่าวคำหมิ่นประมาทโจทย์อีก จึงขอให้ลงโทษ

ศาลเดิมตัดสินว่า จำเลยที่ ๒ มีความผิดในตอนที่ ๒ ให้จำคุกจำเลย ๑ เดือนแลปรับเปนพินัย ๑๐๐ บาท ตามมาตรา ๒๘๒ แห่งกฎหมายอาญา ส่วนโทษจำคุกให้รอการลงอาญาไว้ตามมาตรา ๔๐ ส่วนจำเลยที่ ๑ ไม่มีผิดให้ปล่อยตัวไป

โจทย์อุทธรณ์ว่าศาลอุทธรณ์ลงโทษจำเลยเบาไป

ศาลอุทธรณ์ตัดสินกลับว่า จำเลยที่ ๒ ไม่มีความผิดให้ปล่อยตัวไป

โจทย์ถวายฎีกาว่า (๑) ศาลอุทธรณ์ไม่มีอำนาจตัดสินยกฟ้องเพราะจำเลยไม่ได้อุทธรณ์

(๒) จำเลยควรมีผิด

ศาลฎีกาตัดสินว่า ในฎีกาข้อ ๑ เปนอันฟังไม่ได้ เพราะศาลอุทธรณ์มีอำนาจที่จะพิพากษากลับฤาแก้ไขอย่างไรก็ได้เมื่อเห็นว่าจำเลยไม่มีผิด ส่วนในฎีกาข้อ ๒ นั้นศาลเดิมแลศาลอุทธรณ์ตัดสินต้องกันว่า จำเลยทั้ง ๒ ไม่มีผิดตามข้อหาในตอน ๑ เรื่องจึงยุติเพียงศาลอุทธรณ์ส่วนข้อหาในตอน ๒ นั้น ได้ความว่าจำเลยที่ ๒ กล่าวข้อความแต่ผู้เดียว จำเลยที่ ๑ หาได้เกี่ยวข้องด้วยไม่ แต่โจทย์ฟ้องหาว่าจำเลยที่ ๑ เปนผู้กล่าวแลขอให้ลงโทษดังนี้ แม้จำเลยที่ ๒ จะกล่าวเปนความผิดฤาไม่ก็ดี ศาลก็ลงโทษจำเลยที่ ๒ ไม่ได้ เพราะโจทย์มิได้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๒ ด้วย โจทย์ไม่มีทางจะฎีกาคัดค้านได้ ให้ยกฎีกาโจทย์

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th