ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
แชทกับทนายส่วนตัว
การันตีได้รับคำตอบทันทีจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

10,000+

ทนายความตัวจริง

500+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Legardy App
เนื้อหาฉบับเต็ม

ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยทำสัญญาจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำมีกำหนด 2 ปี นับตั้งแต่วันที่ 10พฤษภาคม 2516 ต่อมาวันที่ 14 พฤษภาคม 2518 จำเลยทำสัญญาจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำให้ทำงานในตำแหน่งเดิมมีกำหนด 1 ปีนับตั้งแต่วันที่ 10 พฤษภาคม 2518 ครั้นวันที่ 30 มกราคม 2519 ซึ่งเป็นเวลาก่อนครบอายุสัญญาจ้างฉบับที่ 2 จำเลยมีหนังสือแจ้งให้โจทก์ทราบว่า เมื่อครบอายุสัญญาจ้างแล้วจำเลยจะไม่ต่ออายุสัญญาไปอีก ตามข้อเท็จจริงดังกล่าวนี้มีปัญหาจะต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่าสัญญาจ้างทั้งสองฉบับเป็นสัญญาจ้างที่มีกำหนดเวลาแน่นอนหรือไม่ พิเคราะห์สัญญาข้อ 4 ตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 1 และ 2 แล้ว มีข้อความทำนองเดียวกันว่า "ก่อนครบอายุสัญญานี้สามเดือน หากผู้จ้างต้องการจะต่ออายุสัญญาไปอีกเมื่อครบกำหนดอายุสัญญาเป็นระยะเวลาเท่าใด ผู้ว่าจ้างจะได้แจ้งเป็นหนังสือให้ผู้รับจ้างทราบ (ถ้าไม่มีการแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้รับจ้างทราบ ให้ถือว่าการจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาการจ้างเพียง 1 ปีตามข้อ 1) และในกรณีที่ผู้รับจ้างหรือผู้ว่าจ้างประสงค์จะเลิกสัญญา จะต้องแจ้งเป็นหนังสือให้แต่ละฝ่ายทราบล่วงหน้าเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสามเดือนเช่นเดียวกัน" ข้อความภายในวงเล็บปรากฏอยู่ในเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 2 แต่ไม่ปรากฏในเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 1 ศาลฎีกาพิเคราะห์เอกสารทั้งสองฉบับดังกล่าวแล้ว เห็นว่า กำหนดเวลา 2 ปี ตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 1 ก็ดี กำหนดเวลาปี 1 ปี ตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 2 ก็ดี เป็นกำหนดเวลาที่แน่นอน ส่วนข้อความที่ว่าหากผู้ว่าจ้างจะต่ออายุสัญญาไปอีกเป็นเวลาเท่าใด หรือในกรณีที่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดประสงค์จะเลิกสัญญาจะต้องแจ้งเป็นหนังสือให้อีกฝ่ายหนึ่งทราบเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสามเดือนนั้น เป็นวิธีการที่จะต่อสัญญาหรือเลิกสัญญาเท่านั้นการที่นายจ้างต่ออายุสัญญาออกไปเป็นการกำหนดระยะเวลาในการจ้างขึ้นใหม่ ไม่ใช่เป็นการขยายระยะเวลาในสัญญาฉบับเดิม จึงไม่เป็นการกระทบกระเทือนต่อกำหนดเวลาในสัญญาเดิมที่ระบุจำนวนปีแน่นอนอยู่แล้ว ส่วนการเลิกสัญญาซึ่งอาจมีขึ้นเพราะเหตุการณ์ในอนาคต ก็เป็นเรื่องที่นายจ้างกับลูกจ้างจะทำความตกลงกันใหม่ยกเลิกกำหนดเวลาในสัญญาเดิมเสียหาใช่เป็นการเปลี่ยนแปลงระยะเวลาในสัญญาจ้างฉบับเดิมแต่ประการใดไม่สำหรับข้อความในวงเล็บตามสัญญาท้ายฟ้องหมายเลข 2 นั้น มีไว้เพื่อเป็นการลดหน้าที่ของผู้ว่าจ้างในกรณีไม่ต่ออายุสัญญาจ้างเท่านั้น ไม่มีผลกระทบกระเทือนถึงความแน่นอนของระยะเวลาตามสัญญาจ้างที่มีอยู่แล้วทั้งข้อเท็จจริงในคดีก็ไม่ปรากฏว่าจำเลยทำสัญญาจ้างเพื่อหลีกเลี่ยงไม่จ่ายค่าชดเชย ศาลฎีกาจึงเห็นว่าสัญญาจ้างระหว่างโจทก์และจำเลย มีกำหนดระยะเวลาจ้างแน่นอน เมื่อจำเลยไม่จ้างโจทก์ต่อไปภายหลังระยะเวลาการจ้างตามสัญญาจ้างฉบับที่ 2 สิ้นสุดลง จำเลยก็ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้โจทก์ ส่วนหนังสือของผู้อำนวยการกองคุ้มครองแรงงาน ตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 9 เป็นเพียงความเห็นของเจ้าหน้าที่ในกรมแรงงานเท่านั้นไม่ใช่หลักกฎหมายคำพิพากษาฎีกาที่ 1601/2523 ที่โจทก์อ้างรูปคดีไม่ตรงกับคดีนี้"

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา

sanook ข่าวสด มติชน spring

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th